posttoday
โรงงาน 200 แห่งทั่วประเทศ เข้าข่ายกิจการรุนแรง

โรงงาน 200 แห่งทั่วประเทศ เข้าข่ายกิจการรุนแรง

30 กรกฎาคม 2553

กระทรวงอุตฯเผยมีโรงงาน 200 แห่งทั่วประเทศ เข้าข่ายกิจการรุนแรง เตรียมหารือกระทรวงพลังงาน รวบรวมข้อมูลเสนอเรื่องให้ “ชัยวุฒิ” พิจารณาออกประกาศกิจการรุนแรงของกระทรวงอุตฯก่อน เพื่อสร้างความชัดเจนกับนักลงทุน

กระทรวงอุตฯเผยมีโรงงาน 200 แห่งทั่วประเทศ เข้าข่ายกิจการรุนแรง เตรียมหารือกระทรวงพลังงาน รวบรวมข้อมูลเสนอเรื่องให้ “ชัยวุฒิ” พิจารณาออกประกาศกิจการรุนแรงของกระทรวงอุตฯก่อน เพื่อสร้างความชัดเจนกับนักลงทุน

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลของโรงงานทั้งหมดทั่วประเทศ ที่เข้าข่าย รายชื่อ18 ประเภทกิจการรุนแรง ซึ่งจากการรวบรวมพบว่า มีโครงการทั้งหมดรวมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศทาย (กนอ.) และกระทรวงพลังงาน จำนวน 2,000 โครงการ ที่มีประเภทกิจการตรงกับรายชื่อดังกล่าว โดยมี 200 โครงการ ที่ส่วนใหญ่เป็นประเภทปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า เข้าข่ายในด้านขนาด และเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติหลังเดือนส.ค. 2550 ที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ซึ่งหากมีการประกาศรายชื่อ 18 กิจการออกมา กิจการเหล่านี้ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2

ดังนั้น ในวันที่ 2 ส.ค. นี้ จะเชิญปลัดกระทรวงพลังงานเข้ามาหารืออีกครั้ง เพื่อมาพิจารณาร่วมกันว่าควรประกาศรายชื่อกิจการรุนแรงออกม่าก่อนหรือไม่ เพื่อความชัดเจนในการดำเนินการของภาคเอกชน และจะนำข้อมูลเสนอต่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ต่อไป

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ คงจะพิจารณาว่าหากกระทรวงอุตสาหกรรมจะออกประกาศประเภทกิจการเองจะมีความเหมาะสมหรือไม่ โดยนำข้อมูลเหล่านี้มาพิจารณาว่าหากประกาศจะส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหน  มีมูลค่าความเสียเท่าไหร่  และเป็นตัวเลขที่มากพอที่จะประกาศออกมาก่อนหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีข้อขัดข้องกระทรวงอุตสาหกรรมจะออกประกาศรายชื่อกิจการรุนแรง โดยจะต้องยกเลิกประกาศกิจการรุนแรง 8 ประเภทกิจการฉบับเก่าก่อน และประกาศใหม่เฉพาะในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อมีประกาศรายชื่อกิจการรุนแรงแล้ว แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ในระดับหนึ่ง เพราะนักลงทุนที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจลงทุน ขยายการกำลังการผลิตจะได้มีแนวทางในการดำเนินการที่ชัดเจนมากขั้น เนื่องจากขณะนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีอยู่แล้ว จากการที่เศรษฐกิจเรติ่มฟื้นตัว การส่งออกอยู่ในระดับสูง เพียงแต่รอความชัดเจนด้านกฎระเบียบอยู่

รวมทั้งนักลงทุนที่เข้าข่ายก็พร้อมที่จะดำเนินการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) อยู่แล้ว

นายวิฑูรย์ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวคิดที่จะจัดงานบีโอไอแฟร์ในช่วงปลายปี 2554 เพื่อเป็นการแสดงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผลิตและศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการไทย โดยจะจัดที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี เบื้องต้นได้กันงบประมาณจัดงานไว้ 40 ล้านบาท โดยจะหารือร่วมกับภาคเอกชนเพราะจะต้องใช้เวลาติดต่อประสานงานกับบริษัทแม่ในต่างประเทศเพื่อนำเทคโนโลยีมาแสดง ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศได้
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท