
จีนลดคนเกินคาด
จีนเตรียมปลดพนักงาน 5-6 ล้านคน ในรัฐวิสาหกิจไม่เกิดกำไร แก้ปัญหาการผลิตส่วนเกิน
จีนเตรียมปลดพนักงาน 5-6 ล้านคน ในรัฐวิสาหกิจไม่เกิดกำไร แก้ปัญหาการผลิตส่วนเกิน
รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลจีนมีแนวโน้มปลดพนักงานในรัฐวิสาหกิจที่ไม่เกิดกำไร โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ประสบกับปัญหาการผลิตส่วนเกินมากถึงราว 5-6 ล้านคน ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า หรือมากกว่าที่กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และสวัสดิการสังคมของจีนระบุไว้ก่อนหน้านี้ที่ 1.8 ล้านคน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการแก้ปัญหาการผลิตเกินความต้องการและมลภาวะทางอากาศ
ด้าน เฟิงเฟย รัฐมนตรีช่วยกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า จีนอาจต้องสำรองเงินราว 1 แสนล้านหยวน (ราว 5.44 แสนล้านบาท) เพื่อรองรับการปลดพนักงานในภาคการผลิตเหล็กและถ่านหิน โดยบรรดานักวิเคราะห์มองว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาหนี้สินของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เกิดกำไรและการปลดพนักงาน ซึ่งภาระหนักอาจตกไปอยู่ที่ธนาคารท้องถิ่นแทน
แม้ทางการจีนจะมีความพยายามในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมอย่างถ่านหินและเหล็ก แต่การปลดพนักงานถือเป็นความกังวลอย่างหนึ่งในภูมิภาคที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนปรับลดกำลังการผลิตเหล็กราว 150 ล้านตัน และการผลิตถ่านหินอีก 500 ล้านตัน ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า แผนการปลดพนักงานกว่า 5 ล้านคนครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการที่ลดค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ โดยระหว่างปี 1998-2003 มีการปลดพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้วราว 28 ล้านคน และลดต้นทุนรัฐบาลกว่า 7.31 หมื่นล้านหยวน (ราว 3.97 แสนล้านบาท)
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า รัฐบาลจีนพยายามแก้ปัญหาการผลิตส่วนเดินใน 7 ภาคส่วน เช่น ซีเมนต์ กระจก ต่อเรือ แต่สำหรับอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีปัญหาโอเวอร์ซัพพลายต้องแก้ปัญหาด้วยการปฏิรูปโครงสร้าง เนื่องจากยังมีศักยภาพในการขยายตัว
ขณะเดียวกัน รายงานของบลูมเบิร์ก ระบุว่า ภาคเอกชนจีนถูกลดความน่าเชื่อถือ 91 แห่ง ทำสถิติใหม่จากเดิมที่ 75 แห่งในเดือน มิ.ย. 2015 และมีการปรับอันดับความน่าเชื่อถืออีก 18 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกัน บริษัท มาเลเซีย ปิโตรเลียม เนชั่นแนล (ปิโตรนาส) ระบุว่า เตรียมปลดพนักงานลงถึง 1,000 อัตรา เพื่อลดต้นทุนหลังผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2015 ขาดทุนถึง 2,960 ล้านริงกิต (ราว 2.52 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากราคาน้ำมันยังไม่ฟื้นตัว
สำหรับการลดพนักงานที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ส่วนใหญ่ยังจำกัดวงอยู่ในภาคพลังงานและอุตสาหกรรมการเงินเท่านั้น







