
กฎหมายผู้บริโภคหายไป?
กฎหมาย “องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 19 ปีที่แล้ว ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นระบุไว้ว่า กฎหมายของผู้บริโภคฉบับนี้มีไว้เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นต่อนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างอิสระ ไม่ถูกบังคับด้วยเงื่อนไขจากฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายการเมือง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริโภคในการมีส่วนร่วมเรื่องการคุ้มครองและปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งการที่ตัวผู้บริโภคสามารถเสนอแนวทาง มาตรการ หรือข้อกำหนดต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภค ย่อมช่วยยกระดับเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในบ้านเราพัฒนามากยิ่งขึ้น
กฎหมาย “องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 19 ปีที่แล้ว ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นระบุไว้ว่า กฎหมายของผู้บริโภคฉบับนี้มีไว้เพื่อทำหน้าที่ให้ความเห็นต่อนโยบายและมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างอิสระ ไม่ถูกบังคับด้วยเงื่อนไขจากฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายการเมือง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้บริโภคในการมีส่วนร่วมเรื่องการคุ้มครองและปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งการที่ตัวผู้บริโภคสามารถเสนอแนวทาง มาตรการ หรือข้อกำหนดต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการคุ้มครองผู้บริโภค ย่อมช่วยยกระดับเรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในบ้านเราพัฒนามากยิ่งขึ้น
แต่ผ่านมา 19 ปี หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจในการออกกฎหมายกลับไม่เห็นคุณค่าของกฎหมายฉบับดังกล่าว ปล่อยให้ผู้บริโภคต้องเผชิญปัญหาตามลำพัง หน่วยงานที่ดูแลคุ้มครองผู้บริโภคก็ทำหน้าที่ได้ไม่ทั่วถึง เพราะปัญหาผู้บริโภคในปัจจุบันมีหลากหลาย ทั้งเรื่องสินค้าไม่ได้มาตรฐาน อาหารไม่ปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งทำให้สูญเสีย ทั้งเสียเงิน เสียเวลา หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต แทบทุกครั้งที่มีปัญหาผู้บริโภคต้องลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิด้วยตัวเอง ผู้บริโภคที่รู้ช่องทางหรือพอรู้กฎหมายก็อาจจะต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตัวเองได้ แต่ถ้าผู้บริโภคที่ไม่มีความรู้เรื่องการเรียกร้องสิทธิ ก็ได้แต่ทนทุกข์อยู่กับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แล้วก็ทำใจคิดว่าเป็นเคราะห์กรรม ทั้งๆ ที่ความจริงผู้บริโภคทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองและชดเชยเยียวยาอย่างเหมาะสมเมื่อถูกละเมิดสิทธิ
แต่ตอนนี้ผู้บริโภคไทยจะยิ่งทุกข์หนักเพิ่มขึ้นอีก เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคหายไป โดยหน่วยงานรัฐไม่เห็นความสำคัญของสิทธิผู้บริโภค และมองว่าซ้ำซ้อนกับ สคบ. ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น โดย สคบ.ทำหน้าที่หลักคือ การรับเรื่องร้องเรียนและแก้ปัญหาเป็นรายๆ ไป ซึ่งปัญหาไม่ได้ถูกแก้ไขในภาพรวม แต่องค์การอิสระฯ จะมองที่ภาพรวมของปัญหาและเสนอเป็นมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแบบเดียวกันซ้ำอีก
เมื่อกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคถูกละเลยจากภาครัฐ ผู้บริโภคจากทั่วประเทศจึงจำเป็นต้องออกมาทวงถามว่าทำไมถึงไม่เห็นความสำคัญของผู้บริโภค โดยล่าสุดเครือข่ายผู้บริโภคจากทั่วประเทศเป็นตัวแทนของทุกคนในประเทศ เข้าพบ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องขอให้สนับสนุนกฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยท่านรัฐมนตรีรับปากว่าจะตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดอีกครั้ง
หวังว่ากฎหมายสำหรับผู้บริโภคจะเกิดขึ้นจริงก่อนปีที่ 20







