
ส่งออกทรุด... เศรษฐกิจซึมยาว
ส่งออกเดือนแรกของปี 2559 ทรุดตัวลงมากกว่าที่คาด โดยเดือน ม.ค.มูลค่าการส่งออกในรูปเงินเหรียญสหรัฐหดตัว 8.91% เป็นการหดตัวต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านั้นการส่งออกไทยติดลบต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี คาดว่าปีนี้อาจขยายตัวได้ประมาณ 1-1.5% บางข้อมูลอาจโตได้แค่ 0%
ส่งออกเดือนแรกของปี 2559 ทรุดตัวลงมากกว่าที่คาด โดยเดือน ม.ค.มูลค่าการส่งออกในรูปเงินเหรียญสหรัฐหดตัว 8.91% เป็นการหดตัวต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านั้นการส่งออกไทยติดลบต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี คาดว่าปีนี้อาจขยายตัวได้ประมาณ 1-1.5% บางข้อมูลอาจโตได้แค่ 0%
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยืนยันที่จะใช้ตัวเลขการส่งออก 5% เป็นเป้าหมายหลอกๆ เพื่อปลอบใจตัวเอง
การหดตัวของการส่งออกในเดือน ม.ค.เป็นการหดตัวทั้งโครงสร้าง ซึ่งเป็นลักษณะนี้ต่อเนื่องมาหลายเดือน โดยภาคอุตสาหกรรมติดลบสูงถึง 8.54% ขณะที่สินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกติดลบ 5.43% ซึ่งการส่งออกในเดือนดังกล่าวหดตัวในทุกตลาดหลักทั้งสหรัฐ อียู อาเซียน จีนและฮ่องกง ทั้งหมดรวมกันเป็นสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของการส่งออกทั้งประเทศ ซึ่งตลาดเหล่านี้ยกเว้นสหรัฐในปีที่แล้วหดตัวทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกในเดือน ม.ค.หากคำนวณเป็นเงินบาทก็ยังไม่ถึงขั้นติดลบ โดยยังขยายตัวได้ร้อยละศูนย์ เป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงทั้งปีเฉลี่ย 6.4%
ทั้งนี้ การส่งออกเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน อีกทั้งยังมีความสำคัญกับอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า เห็นได้จากตัวเลขเดือน ม.ค.หดตัวสูงถึง 12.37% โดยเฉพาะตัวเลขการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบซึ่งติดลบสูงถึง 15.27 เป็นการติดลบต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 แสดงให้เห็นถึงกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมมีความอ่อนแออย่างน่าเป็นห่วง
ผมค่อนข้างกังวลต่อการส่งออกและนำเข้า ซึ่งการหดตัวหรือติดลบคงไม่ใช่เป็นชั่วครั้งชั่วคราวเพราะเป็นการหดตัวต่อเนื่องเข้าปีที่ 4 แล้ว
โดยที่ภาคการส่งออกมีสัดส่วนในโครงสร้างเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูง ไม่ใช่เกี่ยวข้องเฉพาะผู้ส่งออกแต่ยังเกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิต ขณะเดียวกันสินค้าเกษตรทั้ง ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ปาล์มน้ำมัน เกินกว่าครึ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก
ทั้งนี้ การส่งอออกซึ่งมีแนวโน้มหดตัวลากยาว จะมีผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรและการบริโภคที่อาจขยายตัวลดลง และความเสี่ยงของการว่างงานและโอกาสการหางานที่ลำบากมากขึ้น รวมไปถึงการจัดเก็บภาษีของรัฐจะลดลงจากภาคธุรกิจที่ขาดทุนและหรือกำไรที่ลดลง
ปัญหาการส่งออกที่หดตัวไม่อยากให้ไปโทษหน่วยงานใดไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์หรือรัฐบาล เพราะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าหดตัวทำให้ความต้องการสินค้าที่ไม่จำเป็นลดลง
สำหรับมาตรการต่างๆ ที่ออกมา ควรจะเป็นมาตรการที่สัมผัสจับต้องได้ ไม่ใช่เลื่อนลอย ควรมีมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ส่งออก หากเป็นไปได้ควรเรียกผู้ส่งออกทั้งรายใหญ่รายย่อยมาพูดคุยว่าเขาต้องการให้ช่วยเหลือด้านใด
อย่ามัวไปคุยกับเอกชนหน้าเดิมๆมากนัก เพราะที่ผ่านมาในข้อมูลเพี้ยนแก้ปัญหาไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกที่รอดมาจนถึงทุกวันนี้คงช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ช่วยอำนวยความสะดวกอย่ากลายเป็นอุปสรรคและเพิ่มต้นทุนเสียเอง.....
เวลานี้ช่วยๆ กันนะครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







