
อัดบีโอไอ3คลัสเตอร์
บอร์ดบีโอไอไฟเขียวให้สิทธิประโยชน์การลงทุน 3 คลัสเตอร์ เว้นภาษีสูงสุด 8 ปี ลดภาษี 50% อีก 5 ปี
บอร์ดบีโอไอไฟเขียวให้สิทธิประโยชน์การลงทุน 3 คลัสเตอร์ เว้นภาษีสูงสุด 8 ปี ลดภาษี 50% อีก 5 ปี
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการลงทุนใน 3 กลุ่มคลัสเตอร์ ได้แก่ 1.คลัสเตอร์อากาศยาน ซึ่งครอบคลุม เช่น กิจการผลิตอากาศยาน ผลิตชิ้นส่วน/อุปกรณ์ อุตสาหกรรมสนับสนุน เป็นต้น 2.กลุ่มคลัสเตอร์อุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วน/อุปกรณ์ ผู้พัฒนาสมองกลซอฟต์แวร์ ผู้ผลิต Robots ผู้ผลิตระบบ Automation และการซ่อมบำรุง เป็นต้น และ 3.ลงทุนเมืองนวัตกรรมอาหาร
ทั้งนี้ ในส่วนการลงทุนคลัสเตอร์อากาศยาน และอุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับ Super Cluster อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี และลดหย่อนภาษีนิติบุคคล 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปีแต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หรือศูนย์ความเป็นเลิศ และต้องยื่นคำขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2559
“การลงทุนคลัสเตอร์อากาศยานจะต้องลงทุนใน 14 จังหวัด ที่เป็นที่ตั้งหรือสนามบิน ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นครปฐม ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เชียงราย พิษณุโลก นครสวรรค์ ลพบุรี นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และสงขลา ส่วนอุปกรณ์อัตโนมัติและหุ่นยนต์ สามารถตั้งกิจการได้ทุกพื้นที่ไม่ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมาย” นางหิรัญญา กล่าว
สำหรับการลงทุนเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) จะได้รับสิทธิประโยชน์ใน กลุ่ม A1 ซึ่งแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.ได้สิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป เช่น ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติมจากสิทธิพื้นฐานอีก 5 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และ 2.ได้สิทธิประโยชน์ในรูปแบบคลัสเตอร์ภายใต้กลุ่ม Super Cluster อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยการกำหนดวงเงินภาษีที่ได้รับยกเว้น ให้เป็นไปตามสิทธิพื้นฐานของประเภทกิจการนั้นๆ และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปี
นางหิรัญญา กล่าวว่า คณะกรรมการ บีโอไอยังมีมติอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 14 โครงการ มูลค่าลงทุนทั้งสิ้น 3.93 แสนล้านบาท โดยโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมครั้งนี้เป็นโครงการส่งเสริมการลงทุนตามนโยบายอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ซูเปอร์คลัสเตอร์) หลายโครงการ เช่น การลงทุนผลิตหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เงินลงทุน 1,754 ล้านบาท เป็นต้น
นางหิรัญญา กล่าวอีกว่า ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมายังบีโอไอ 90 โครงการ เงินลงทุน 2.05 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากนักลงทุนเข้าใจนโยบายใหม่ของบีโอไอมากขึ้น ขณะที่นายกฯ ได้ให้นโยบายว่าต้องการให้ทุกหน่วยงานทำงานแบบบูรณาการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน ควบคู่กับการผลักดันให้เกิดการลงทุนในท้องถิ่น
“บีโอไอตั้งเป้าปีนี้จะมีเอกชนยื่นขอรับส่งเสริมฯ 4.5 แสนล้านบาท โดยต้องการให้ 60% เป็นกิจการเป้าหมาย ส่วนการลงทุนจริงคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า6 แสนล้านบาท และส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย” นางหิรัญญา กล่าว







