posttoday
'ฮอนด้า' ส่ง บีอาร์-วี ช่วยปั๊มยอดขายสวนตลาดซึม

'ฮอนด้า' ส่ง บีอาร์-วี ช่วยปั๊มยอดขายสวนตลาดซึม

01 มีนาคม 2559

เป็นอีกตลาดที่น่าจับตามองสำหรับตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (เอสยูวี) ที่เห็นพัฒนาการเติบโตอย่างต่อเนื่องย้อนหลังกลับไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

เป็นอีกตลาดที่น่าจับตามองสำหรับตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (เอสยูวี) ที่เห็นพัฒนาการเติบโตอย่างต่อเนื่องย้อนหลังกลับไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยที่ตลาดรถเอสยูวีเป็นส่วนหนึ่งของตลาดรถยนต์นั่งที่เป็นตลาดใหญ่ตลาดหนึ่งของตลาดรถรวมที่ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 50% และรถกระบะ 50% ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งกลุ่มใหญ่สัดส่วนกว่า 30% เป็นกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บี-เซ็กเมนต์) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า คอมแพกต์คาร์ ซึ่งมีรถยนต์ลักษณะ 4 ประตู (ซีดาน) และ 5 ประตู (แฮตช์แบ็ก)

สมภพ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคมีความต้องการรถยนต์ที่มีความอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทจึงได้เปิดตัวรถยนต์กลุ่มดังกล่าวออกสู่ตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ทั้งในรุ่น ฮอนด้า ซีอาร์-วี และ ฮอนด้า เอชอาร์-วี

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งที่ถือเป็นฐานใหญ่ของตลาดรถยนต์นั่งคือ คอมแพกต์คาร์ ก็ต้องการความอเนกประสงค์มากยิ่งขึ้นเช่นกัน บริษัทจึงได้เปิดตัว ฮอนด้า บีอาร์-วี ซึ่งเป็นคอมแพ็กเอสยูวีออกสู่ตลาดในปี 2559 นี้ ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของตลาด เพิ่มทางเลือกในกลุ่มราคาเริ่มต้นที่ตัดสินใจจะซื้อรถยนต์นั่งซีดาน หรือแฮตช์แบ็ก ให้มาสนใจในรถประเภทนี้

“บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายของ ฮอนด้า บีอาร์-วี ในปี 2559 อยู่ที่ 1.5 หมื่นคัน ซึ่ง 1 เดือนภายหลังการเปิดตัวในช่วงเดือน ม.ค.จนถึงปัจจุบัน มียอดขายไปแล้วกว่า 3,500 คัน” สมภพ กล่าว

สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์เดือน ม.ค.ที่ลดลงประมาณ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนหนึ่งถือเป็นภาวะปกติช่วง 1-2 เดือนแรกของปีที่ตลาดจะชะลอตัวเป็นปกติ แต่มีอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตลาดตกลงคือ ผลของการปรับโครงสร้างภาษีที่ได้ดึงกำลังซื้อผู้บริโภคไปไว้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ตัวเลขยอดขายปีที่ผ่านมาแตะระดับ 8 แสนคัน จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านั้นหลายฝ่ายมองว่ายอดขายคงจะไม่ถึงระดับดังกล่าว

ขณะที่ยอดขายเดือน ม.ค.ของฮอนด้าอยู่ที่ 5,600 คัน หรือลดลงถึง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากรถยนต์ในโชว์รูมของผู้แทนจำหน่ายไม่มีขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงเคลียร์สต๊อกของรถยนต์ที่จะมีการเปลี่ยนรุ่นอย่าง ฮอนด้า แอคคอร์ด และฮอนด้า ซีวิค

บริษัทยังคงใช้กลยุทธ์แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภค ซึ่งในปีนี้รถที่บริษัทคาดหวังมี 2 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า บีอาร์-วี และฮอนด้า ซีวิค ใหม่ จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ในปีนี้

สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปีก่อน ซึ่งยังคงคาดการณ์ยากอยู่ แต่ต้องจับตาปัจจัยต่างๆ ได้แก่ 1.ผลกระทบการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ 2.ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 3.สถานการณ์เศรษฐกิจ 4.นโยบายภาครัฐ และ 5.ผลลัพธ์การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่

ทั้งนี้ นอกจากฮอนด้าที่ส่งรถเอสยูวีลงตลาดมากถึง 3 รุ่น 3 ไซส์แล้ว จากการสำรวจการแข่งขันในตลาดรถเอสยูวีในปีนี้ คาดว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้เล่นในตลาดมีการเปิดตัวลงสู่ตลาดหลายรุ่น โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญที่ได้มีการเปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่ ซูซูกิ เออร์ติก้า เอ็มจี จีเอส เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคมีการตัดสินใจเปรียบเทียบ

นอกจากนั้น อีกหนึ่งคู่แข่งที่ดูเหมือนจะเงียบเหงาคงเส้นคงวาตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบันคือ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต ที่ตอนนี้น่าจะใกล้เข้าสู่ปลายโมเดล จึงเชื่อว่าในเร็วๆ นี้จะมีการขยับเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้เกิดสีสันการเปลี่ยนแปลงของโมเดล

ดังนั้น ตลาดที่น่าจับตามองและมีอัตราการเติบโตสวนทางกับภาพรวมตลาด คงจะอยู่ที่ตลาดรถเอสยูวีจึงน่าสนใจไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท