posttoday
ถกซื้อไฟพลังงานทดแทน

ถกซื้อไฟพลังงานทดแทน

30 กรกฎาคม 2553

หลังเอกชนแห่ผลิต8พันเมกะวัตต์ หวั่นสายส่งไม่พอทำค่าเอฟทีขยับ

โพสต์ทูเดย์ — พรชัย เรียกประชุมทบทวนสัญญาซื้อไฟจากพลังงานหมุนเวียน หลังแห่ยื่นโครงการทะลุ 8,000 เมกะวัตต์ หวั่นสายส่งรับไม่ไหว

นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เปิดเผยว่า เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งหมด ซึ่งมีเอกชนสนใจยื่นเข้ามามีปริมาณสูงถึง 7,0008,000 เมกะวัตต์ เนื่องจากเป็นห่วงถึงความพร้อมระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะรองรับได้มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ ประเด็นที่จะหารือร่วมกันมี 3 เรื่องหลัก คือ 1.โครงการที่เอกชนยื่นเสนอขายไฟจากพลังงานทดแทน จะสามารถยืดระยะเวลาการนำเข้าไฟฟ้าเข้าระบบได้หรือไม่ 2.ในแต่ละโครงการที่เสนอมาจะสามารถผลิตได้จริงเมื่อไหร่ มีความเป็นไปได้แค่ไหน เพราะที่ผ่านมามีบางโครงการยื่นเสนอขายไฟฟ้าแต่ก็ไม่มีการก่อสร้าง และ 3 เอกชนที่ได้ใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าไป เริ่มมีการนำไปขายต่อเพื่อหาผลตอบแทน

สำหรับนโยบายการปรับลดส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (แอดเดอร์) ที่ได้ประกาศไปแล้วนั้น ยืนยันไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ปรับแอดเดอร์ลดเหลือ 6.50 บาท/หน่วย จากอัตราเดิมอยู่ที่ 8 บาท/หน่วย เนื่องจากตามแผนพลังงานทดแทนกำหนดรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ไว้เพียง 500 เมกะวัตต์เท่านั้น แต่มีผู้ยื่นเสนอขายไฟฟ้าเข้าระบบถึง 3,000 เมกะวัตต์ ถ้าต้องรับซื้อไฟฟ้าทั้งหมดจะทำให้อัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ปรับเพิ่มขึ้น 27 สตางค์/หน่วย จะทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในบิลที่เรียกเก็บค่าไฟฟ้า

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันปรับลดลงถึง 50% จึงเป็นเหตุผลที่สามารถปรับลดแอดเดอร์ลงได้ ส่วนที่มองว่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนด้านพลังงานทดแทนนั้น จากโครงการที่ยื่นเข้ามา พบว่ามีผู้ประกอบการที่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้า (พีพีเอ) ไปแล้วจำนวน 1,660 เมกะวัตต์ ส่วนผู้ที่ได้รับการยืนยันรับซื้อไฟฟ้า แต่ยังไม่ได้ทำพีพีเอมีจำนวน 216 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ยังคงได้รับสิทธิแอดเดอร์ในอัตรา 8 บาท/หน่วย แต่ที่เหลืออีกประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ พิจารณาแล้วว่ายังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพียงแค่ยื่นสมัครเข้ามาเท่านั้น

“ต้องมาทบทวนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ยื่นเข้ามาใหม่ ซึ่งมีจำนวนถึง 7,0008,000 เมกะวัตต์ ถือว่าเป็นอัตราที่สูง หากเทียบกับระบบสายส่งของ กฟผ.แล้ว เกรงว่าจะมีปัญหาไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ดังนั้นอาจมีการยืดระยะเวลาการรับซื้อไฟฟ้าออกไปบางโครงการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการนำไฟฟ้าเข้าระบบและกระทบกับการจ่ายไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีกรณีที่เอกชนบางรายได้ใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าแล้ว แต่มีการนำไปขายต่อให้กับเอกชนรายอื่นเพื่อหากำไร ประเด็นเหล่านี้จะต้องนำมาทบทวนกันใหม่” นายพรชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี