
รีเทลลิงค์วาด3ปีเปิดศูนย์บริการทุกจังหวัด
โพสต์ทูเดย์
— รีเทลลิงค์ ชูจุดแข็ง 3ซี เดินหน้าขยายศูนย์บริการทั่วไทย พร้อมขยายบริการให้เช่าสินค้า ตั้งเป้ารายได้ 1,600 ล้านบาทนายนริศ ธรรมเกื้อกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รีเทลลิงค์ (ไทยแลนด์) ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ประกอบอาหารและเครื่องดื่ม เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร แต่บริษัทยังตั้งเป้าเติบโตถึง 12% จากปกติโต 10%
การเติบโตดังกล่าวจะมาจากกลยุทธ์ 3ซี หรือทริปเปิล ซี ได้แก่ 1.สินค้าที่ดี 2.การให้บริการที่ครบวงจรรวดเร็ว ครอบคลุม และ 3.การบำรุงรักษาที่ประหยัดด้วยการพัฒนาฝีมือช่างธรรมดาให้เป็นสุดยอดช่างที่สามารถซ่อมอุปกรณ์ได้หลากหลาย
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมทุกจังหวัด จากปัจจุบันที่บริษัทมีศูนย์บริการ 31 แห่ง โดยคาดว่าภายใน 3 ปี จะมีศูนย์บริการครบ 76 แห่ง ใช้งบลงทุนประมาณ 225 ล้านบาท ภายใน 3 ปี นับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
สำหรับปีนี้ บริษัทมีแผนขยายธุรกิจเปิดให้บริการเช่าใช้สินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณหรือต้องการลดต้นทุน โดยทดลองให้บริการเช่าใช้สินค้ากับบริษัทในเครือซีพี เช่น เชสเตอร์กริลล์ เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นต้น และในปีนี้ได้เปิดให้บริการกับลูกค้าภายนอก คาดว่าจะมีรายได้จากการให้เช่าราว 30
–40 ล้านบาท“
ตลาดการให้เช่าใช้สินค้ายังมีโอกาสอีกมากเพราะไม่มีคู่แข่ง ดังนั้นในปีหน้าคาดว่ารายได้จากส่วนนี้จะเติบโต 1 เท่าตัว คิดเป็นยอดขาย 60–80 ล้านบาท” นายนริศ กล่าวจากกลยุทธ์การขยายศูนย์บริการ และการขยายฐานลูกค้าจะส่งผลให้ยอดขายของบริษัทในปีนี้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่ 1,600 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งในตลาดเป็นอันดับ 1 ที่ 31% จากมูลค่าตลาดรวมอุปกรณ์ประกอบอาหารและเครื่องดื่ม 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนในการขายสินค้า 40% และการให้บริการต่างๆ 60%
ทั้งนี้ บริษัท รีเทลลิงค์ ได้เปิดดำเนินงานครบ 10 ปี และคาดว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะมีอัตราการเติบโตทางด้านยอดขายอย่างก้าวกระโดด โดยหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดของบริษัท หรือมียอดสั่งซื้อสูง คือ เครื่องทำกาแฟ โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายจากเครื่องทำกาแฟสูงถึง 400 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 80% จากตลาดรวม 500 ล้านบาท
นายนริศ เผยต่อว่า หลายปีที่ผ่านมานอกจากบริษัทจะขายสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าองค์กร ลูกค้าทั่วไประดับกลางถึงบน แต่ก็มีลูกค้าระดับล่างที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการแต่เนื่องจากอุปกรณ์ประกอบอาหารและเครื่องดื่มมีราคาแพง บริษัทจึงเปิดแผนกรับเทรดสินค้าเก่าแลกซื้อสินค้าใหม่ และนำสินค้าเก่ามาปรับปรุงทำให้เหมือนใหม่แล้วขายในราคา 28% ของราคาเต็ม ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากจากลูกค้าระดับล่าง







