posttoday
‘ชาญอิสสระ’ โตช้าแต่มั่นคงเตะตาทุนจีน

‘ชาญอิสสระ’ โตช้าแต่มั่นคงเตะตาทุนจีน

29 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือ ไม่ว่าจะเป็นการหาช่องทางการเติบโตจากธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว ทั้งธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โรงแรม สนามกอล์ฟ โลจิสติกส์ โซลาร์ฟาร์ม หรือตามที่ผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสการลงทุน แต่วิธีที่จะทำให้เติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ คือการจับคู่หรือหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ทำให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วได้เช่นกัน  

สงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทเปิดกว้างในการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะการเข้ามาร่วมลงทุนในหัวเมืองท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดได้พันธมิตรกลุ่มเทียนหยวน ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ระดับท็อปเทนจากประเทศจีนเข้ามาร่วมลงทุนด้วย หลังจากเมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทมีพันธมิตรเข้ามาลงทุนก่อนแล้ว 1 ราย คือ จุนฟา เรียลเอสเตท ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำจากประเทศจีน

สำหรับการร่วมทุนในครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคา 1 ล้านบาทต้นต่อยูนิตที่ จ.เชียงใหม่ บนเนื้อที่ 6 ไร่ สูง 7 ชั้น จำนวน 4 อาคาร รวมกว่า 1,000 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างโครงการได้ภายในปีนี้

“ที่ผ่านมากลุ่มจุนฟา เรียลเอสเตท ได้เข้ามาร่วมทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท ชาญอิสสระ จุนฟา ด้วยทุนจดทะเบียน 420 ล้านบาท สำหรับลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ “บาบา บีช คลับ” จ.พังงา มีมูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนถือหุ้นระหว่างกลุ่มชาญอิสสระ/จุนฟา 70/30 แต่การร่วมทุนกับบริษัท เทียนหยวน นั้นเกิดจากการแนะนำมาจากจุนฟา  โดยไม่ได้มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเกิดขึ้นมาใหม่” สงกรานต์ กล่าว

สาเหตุที่นักลงทุนจีนสนใจเข้ามาลงทุนในไทย เพราะมองเห็นว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยมากขึ้น จึงทำให้กลุ่มทุนใหม่ๆ มองเห็นโอกาสในการเข้ามาร่วมกันพัฒนาโครงการร่วมกับนักลงทุนไทย โดยเริ่มจากโครงการขนาดไม่ใหญ่มากและราคาต่อยูนิตที่ไม่แพงมากนัก เพื่อให้ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน สามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

ขณะที่ภาพรวมการลงทุนในปีนี้ บริษัทยังมองโอกาสการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และการลงทุนโครงการเพื่อเช่าในรูปแบบโรงแรม และการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของโครงการศรีพันวา มูลค่า 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2560  โดยตั้งเป้าภายใน  4 ปีข้างหน้า มูลค่าของกองทุนนี้จะมีขนาดใหญ่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท

ในส่วนของแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวมโครงการ 4,550 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ 2 โครงการ บนทำเลถนนพระราม 9  จำนวน 20 ยูนิต มูลค่า 1,300 ล้านบาท  และบนถนนบางนา-ตราด เนื้อที่ 28 ไร่ จำนวน 50 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้น 35 ล้านบาท   มูลค่า 1,500 ล้านบาท โครงการบ้านพักตากอากาศแบบวิลล่าที่ชะอำ จ.เพชรบุรี จำนวน 8-10 ยูนิต มูลค่า 250 ล้านบาท และโครงการโรงแรมที่ชะอำ-หัวหิน มูลค่า 1,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะไปเป็นที่ปรึกษาและรับบริหารงานขายให้กับโครงการที่เกาะไหหลำ ประเทศจีน โดยจะนำแบรนด์ศรีพันวา และบาบา บีช คลับ เข้าไปเปิดตลาดเป็นครั้งแรก จากปัจจุบันบริษัทมีโครงการอยู่ระหว่างขาย ได้แก่ 1.โครงการอิซซี่ คอนโดสุขสวัสดิ์ ขณะนี้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ 2.อิสสระ คอลเล็กชั่น สาทร 3.ดิ อิสสระ ลาดพร้าว  4.บ้านทิวทะเล 1 2 และ 3  

“ตลาดการท่องเที่ยวของเกาะไหหลำเปรียบได้กับฮาวายที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกไปเยี่ยมเยือน หากได้แบรนด์ศรีพันวาซึ่งเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และแบรนด์น้องใหม่ บาบา บีช คลับ ไปทำตลาด ก็เชื่อว่าจะผลักดันให้แบรนด์คนไทยเป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากขึ้น”

นี่คือการเดินหน้าของชาญอิสสระที่เห็นโอกาสในการลงทุนอสังหาฯ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนด้วย เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตสวนทิศเศรษฐกิจซบเซา

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล