posttoday
การทะยานขึ้นของ BRICs ตอนที่ 2 (จบ)

การทะยานขึ้นของ BRICs ตอนที่ 2 (จบ)

30 กรกฎาคม 2553

...สุรศักดิ์  ธรรมโม

โดยแต่ละประเทศนั้น มีระดับการเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศแตกต่างกัน โดยระดับการเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศนี้ คำนวณจากการนำมูลค่าการส่งออกบวกกับมูลค่าการนำเข้าและหารด้วยมูลค่า GDP โดยระดับการเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่สูง สะท้อนเศรษฐกิจประเทศนั้นๆ เปิดรับต่อเศรษฐกิจโลกระดับสูง

ในปี 2549 ก่อนที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่วิกฤต เศรษฐกิจจีนมีระดับการเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศสูงที่สุดใน BRICs โดยอยู่ที่ 62% ในขณะที่รัสเซียอยู่ที่ 47% อินเดียอยู่ที่ 32% และบราซิลต่ำที่สุดใน BRICs โดยอยู่ที่ 21%

ในด้านภาคการผลิต จีนเปรียบเสมือนโรงงานของโลก ขณะที่อินเดียมีจุดแข็งค่อนข้างมากที่ภาคบริการ โดยเฉพาะภาคบริการซอฟต์แวร์ และสารสนเทศ โดยสัดส่วนภาคบริการของอินเดียต่อ GDP อยู่ที่ 15% ต่อ GDP ในขณะที่ของจีนอยู่ที่ 7% ต่อ GDP

รัสเซียกับมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นไปที่อุตสาหกรรมพลังงาน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติค่อนข้างสูงโดยอยู่ที่ 25% ของ GDP ในขณะที่บราซิลมีจุดแข็งที่ภาคการเกษตรและสินแร่ โดยมูลค่าการส่งออกของบราซิลครึ่งหนึ่งนั้นเป็นการส่งออกอาหารและวัตถุดิบพื้นฐาน (Raw Materials) ในการผลิต เช่น ทองแดง เป็นต้น

หลังวิกฤตเศรษฐกิจโลกปะทุขึ้นในปลายปี 2551 ความร่วมมือของประเทศกลุ่ม BRICs นั้นได้เริ่มกระชับอย่างแน่นแฟ้นมากขึ้น โดยในกลางเดือน มิ.ย. 2552 กลุ่มประเทศ BRICs ได้จัดประชุมสุดยอดผู้นำเป็นครั้งแรกที่รัสเซีย เพื่อกำหนดวาระในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเสนอว่าควรจะมีเงินสกุลใหม่ในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศแทนที่เงินสกุลเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสื่อมค่าลงในระยะยาว

มีข้อเสนอเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการว่า เงินสกุลใหม่ควรจะเป็นสกุลเงิน SDRs ที่ออกโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นอกจากนี้ ผู้นำกลุ่ม BRICs เรียกร้องขอสิทธิออกเสียงในกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น

ในแง่นี้ ประเมินว่า การจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICs เพื่อพิจารณาสถานะของเงินสกุลใหม่ในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศแทนที่สกุลเหรียญสหรัฐ เป็นการท้าทายบทบาทของสหรัฐอเมริกา ในฐานะอภิมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศเพียงชาติเดียวในโลก และเป็นสัญญาณว่า กลุ่มประเทศ BRICs จะท้าทายบทบาทของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรสหรัฐ ในกลุ่ม G7 ในวาระสำคัญของโลก ถ้าวาระนั้นๆ ไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของ BRICs

ดังจะเห็นจากบทบาทของบราซิลและอินเดียในการคว่ำการเจรจาการค้าโลกรอบโดฮาในปี 2551 และส่งผลให้การเจรจาการค้าโลกหยุดชะงักจนถึงปัจจุบันนี้ รวมทั้งบทบาทของจีน อินเดีย และบราซิล ในการคว่ำข้อตกลงที่ร่างโดยประเทศตะวันตกแต่เพียงฝ่ายเดียวในการแก้ไขปัญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงที่กรุงโคเปนเฮเกนเมื่อปลายปี 2552

การประชุมสุดยอดผู้นำ BRICs ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นที่บราซิลในวันที่ 16 เม.ย. 2553 มีความตั้งใจที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น โดยเน้นไปที่การผนึกพลังของกลุ่ม BRICs ในการผลักดันวาระโลกร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูประบบการเงินโลก การปฏิรูปองค์การการเงินและเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เกิดจากข้อตกลง Bretton Woods คือธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และการจัดทำข้อตกลงแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศที่ยุติธรรมต่อประเทศกำลังพัฒนา (ดูบทความของประธานาธิบดีบราซิลที่ชื่อว่า BRICs : From Acronym to Global Actor ตีพิมพ์วันที่ 12 เม.ย. 2553)

โดยสรุปแล้ว แม้ว่าจุดเริ่มต้นของคำว่า BRICs จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของการเมืองระหว่างประเทศครั้งสำคัญในเหตุการณ์ 9/11 แต่การสร้างคำนี้ขึ้นมาโดยนายจิม โอนิล เพื่อเป็นแนวคิดหลักในการลงทุนด้านการเงิน อัตราแลกเปลี่ยนและหลักทรัพย์ของประเทศกลุ่มดังกล่าวเท่านั้น

แต่ในที่สุด คำว่า BRICs ก็ย้อนกลับมารับใช้จุดกำเนิดของตัวเอง คือการเข้ามามีบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศสำคัญและดำเนินวาระนโยบายโลกที่ท้าทายอิทธิพลของโลกตะวันตก

โดยเฉพาะหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปลายปี 2551 ซึ่งบั่นทอนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น และส่งผลให้สมดุลอำนาจโลกต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป

กลุ่ม BRICs กลับขึ้นมามีบทบาทในเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่า ณ ขณะนี้นักวิจารณ์ตะวันตกส่วนใหญ่ จะมองการรวมกลุ่ม BRICs เป็นการรวมตัวกันอย่างหลวมๆ แต่เมื่อพิจารณาถึงการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICs ซึ่งจัดขึ้นมาต่อเนื่องเป็นปีที่สอง รวมทั้งวาระทางเศรษฐกิจการเมืองที่สำคัญของโลก ไม่อาจหาข้อสรุปได้ ตราบใดที่กลุ่ม BRICs ไม่เห็นด้วย ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า พลังอำนาจทางการเมืองระหว่างประเทศของ BRICs มีมากกว่าที่นักวิจารณ์ตะวันตกคิด

เมื่อประกอบกับพลังอำนาจทางเศรษฐกิจของ BRICs ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแกนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเมืองโลกอันมีโลกตะวันตกและกลุ่ม G7 เป็นแกนมาตลอดนั้นได้เปลี่ยนทิศแล้ว

กลุ่ม BRICs กำลังขึ้นมาเป็นอีกแกนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ