
2หุ้นยางเจ๋ง ผลงานฟื้นชัด
หุ้นโภคภัณฑ์ปี 2558 ดีแย่คละกัน STA-TRUBB ดีขึ้นมากจากกลยุทธ์ธุรกิจ LST-UPOIC แย่ลง
โพสต์ทูเดย์ - หุ้นโภคภัณฑ์ปี 2558 ดีแย่คละกัน STA-TRUBB ดีขึ้นมากจากกลยุทธ์ธุรกิจ LST-UPOIC แย่ลง
ในปี 2558 ราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงลงแรงตามน้ำมันดิบ เช่น ราคายางธรรมชาติปรับตัวลงทำสถิติต่ำสุดในรอบ 6 ปี แต่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) และบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) หรือ TRUBB กลับมีผลกำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2557 ส่วนธุรกิจน้ำมันปาล์มและธุรกิจเดินเรือแย่ลง
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี มีกำไรสุทธิ 1,118 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81 ล้านบาท คิดเป็น 7.81% ซึ่งเหตุผลที่ทำให้กำไรของบริษัทโดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลายรายในอุตสาหกรรมนี้ เพราะนโยบายการขายแบบเลือกสรร (Selective Selling) สร้างความสมดุลระหว่างปริมาณการขายและกำไร รวมถึงกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงและการบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพการเพิ่มผลิตผล ส่งผลให้กำไรเติบโต แม้ว่ารายได้จะปรับตัวลดลง 18.9% จากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายลดลงตามความต้องการของยางธรรมชาติที่อ่อนตัวลง
ด้านอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง รวมถึงรายได้อื่นเพิ่มขึ้น จึงนำบางส่วนหักกลบกับกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงที่ลดลงและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่บริษัท TRUBB ผลงานก็ดีขึ้น 38% ขาดทุนสุทธิเพียง 76 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิถึง 123 ล้านบาท ในปี 2557 โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 8,856 ล้านบาท ลดลง 2,536 ล้านบาท หรือ 22% จากราคาน้ำยางข้นลดลง 20% ยางแท่งลดลง 16% ซึ่งบริษัทขายน้ำยางข้นลดลงในอัตราใกล้เคียงกับตลาดโลก แต่ราคาขายของยางแท่งของบริษัทย่อยลดลงมากกว่า เพราะไม่สามารถแข่งขันได้ในสภาวะการแข่งขันสูง ส่วนต้นทุนขายและบริการ 8,072 ล้านบาท ลดลง 2,689 ล้านบาท หรือ 25% นอกจากต้นทุนลดลงตามวัตถุดิบแล้ว บริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และแก้ไขคุณภาพการผลิตของผลิตภัณฑ์ยางยืดให้ได้ปริมาณและคุณภาพที่ดีขึ้น ทำให้มีกำไรขั้นต้น 783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 152 ล้านบาท หรือ 24% มาอยู่ที่ 8.84% เทียบกับ 5.54% ในปี 2557
สำหรับธุรกิจน้ำมันปาล์ม บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) หรือ LST ในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 311 ล้านบาท ลดลง 69 ล้านบาท หรือ 18.15% จากปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 380 ล้านบาท และบริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) พลิกจากกำไร 188 ล้านบาท ในปี 2557 เป็นขาดทุนสุทธิ 11 ล้านบาท ส่วนธุรกิจเดินเรือ เช่น บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) ขาดทุนมากถึง 2,425 ล้านบาท เทียบกับที่มีผลขาดทุนเพียง 80 ล้านบาท ในปี 2557







