
สภาพคล่องทรงตัว
สภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ในเดือน ม.ค. 2559 ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากสินเชื่อและเงินฝากที่หดตัวลงในระดับใกล้เคียงกัน
สภาพคล่องในระบบธนาคารพาณิชย์ในเดือน ม.ค. 2559 ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากสินเชื่อและเงินฝากที่หดตัวลงในระดับใกล้เคียงกัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือน ม.ค. 2559 ค่อนข้างทรงตัว สอดคล้องกับการปรับตัวของเงินให้สินเชื่อและเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) อยู่ที่ระดับ 90.82% เทียบกับระดับ 90.81% ณ สิ้นปี 2558 ขณะที่เครื่องชี้สภาพคล่องอีกตัวหนึ่ง ได้แก่ สัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวม ซึ่งปรับลดลงมาที่ระดับ 19.97% จากระดับ 20.10% ณ สิ้นปี 2558
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสภาพคล่องในช่วงไตรมาส 1/2559 มีโอกาสผ่อนคลาย แม้ว่าการเติบโตของเงินฝากน่าจะอยู่ในระดับค่อนข้างจำกัด จากการลดการออกแคมเปญและชะลอการแข่งขันด้านราคาเงินฝาก เพื่อควบคุมต้นทุนดอกเบี้ยจ่าย
สำหรับปัจจัยที่ทำให้สภาพคล่องจะผ่อนคลายลง ได้แก่ ภาพรวมสินเชื่อธนาคารยังคงถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นในการขยายการลงทุน รวมถึงการอุปโภคบริโภคของภาคครัวเรือนยังคงถูกกดดันจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งต้องรอความชัดเจนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐก่อนเบิกใช้สินเชื่อก้อนใหญ่ ทำให้การเติบโตของสินเชื่ออยู่ในระดับที่ค่อนข้างจำกัด ส่วนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จะหมดอายุลงในเดือน เม.ย.นี้ สินเชื่อซอฟต์โลนของเอสเอ็มอีที่ทยอยเบิกใช้สินเชื่อ และสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่จะมีการเบิกเพื่อจ่ายค่าไลเซนส์คลื่น 900 ในงวดแรก ในช่วงไตรมาสแรกนี้
ทั้งนี้ เดือน ม.ค.ยอดสินเชื่อสุทธิปรับตัวลดลงอยู่ที่ 10.42 ล้านล้านบาท หรือหดตัวลง 5.03 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า คิดเป็นอัตราการเติบโต 3.88% เร่งขึ้นเล็กน้อยเทียบกับอัตรา 3.43% ในสิ้นปี 2558 ซึ่งสินเชื่อทุกประเภทหดตัว อีกทั้งมีการชำระคืนสินเชื่อ รวมทั้งนโยบายสินเชื่อซอฟต์โลนของภาครัฐที่ปล่อยให้กับเอสเอ็มอีและความต้องการสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการรายใหญ่ ช่วยให้การหดตัวของสินเชื่อในเดือนนี้ไม่ได้ไถลลงไปมากนัก
ด้านเงินฝากหดตัวลงเช่นกัน โดยแตะระดับ 11.15 ล้านล้านบาท หรือหดตัวลง 4.28 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 1.19% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการไหลออกของทั้งเงินฝาก โดยธนาคารไม่ได้ออกแคมเปญใหม่เพื่อรองรับการครบกำหนดของเงินฝากประจำ







