
ทายาทรุ่น 2 ‘แลมป์ตั้น กรุ๊ป’ แตกธุรกิจอสังหาฯ ผุดคอมมูนิตี้มอลล์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
เป็นการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ของบริษัทผู้ผลิตหลอดไฟสัญชาติไทยอย่าง แลมป์ตั้น กรุ๊ป ได้ก่อตั้งขึ้นโดยครอบครัว “ไชยสงวนมิตต์” เมื่อปี 2526 โดยดำเนินธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่ายหลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดประหยัดไฟ ชุดเซตทรอนิกส์ และบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ชื่อบริษัท แลมป์ตั้น ไลท์ติ้ง เทคโนโลยี
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมด้านหลอดไฟและอุปกรณ์เกี่ยวกับแสงสว่าง โดยนำมาพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มได้อย่างหลากหลาย เพื่อตอบสนองตามวัตถุประสงค์การใช้งานจนเกิดการรับรู้และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและพันธมิตรธุรกิจในฐานะผู้ผลิตหลอดไฟประหยัดพลังงานอย่างกว้างขวาง ปัจจุบันบริษัทส่งออกหลอดไฟประเภทต่างๆ ไปจำหน่ายยัง 56 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งเอเชียกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มสหภาพยุโรป อเมริกาใต้ และออสเตรเลีย
จนกระทั่งในปี 2557 “แลมป์ตั้น กรุ๊ป” ได้ขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อบริษัท แลมป์ตั้น พร็อพเพอร์ตี้ พัฒนาโครงการ เดอะ ไบรท์ ซิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์บนถนนพระราม 2 เป็นโครงการแรกภายใต้การดำเนินงานของผู้บริหารสาวเจเนอเรชั่นที่ 2 “ดิว” อวัศยา ไชยสงวนมิตต์ ประธาน บริษัท แลมป์ตั้น พร็อพเพอร์ตี้ ด้วยความไว้วางใจจากครอบครัว
ด้วยความถนัดที่แตกต่างกันของพี่น้องทั้ง 3 คนในครอบครัว “ไชยสงวนมิตต์” ซึ่ง “ดิว” เป็นลูกสาวคนกลาง ที่มีความถนัดด้านการวางแผนการตลาดและการขาย จึงเข้ามารับผิดชอบงานถนัดในบริษัท แลมป์ตั้น ไลท์ติ้ง เทคโนโลยี มาเป็นเวลาเกือบ 10 ปี จนได้รับมอบหมายให้มานั่งในตำแหน่งประธาน บริษัท แลมป์ตั้น พร็อพเพอร์ตี้ บุกเบิกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว โดยมีผู้เป็นพ่อเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด
อวัศยา เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของโครงการ เดอะ ไบรท์ เกิดขึ้นจากการที่ครอบครัวของเราได้หาพื้นที่ก่อสร้างโชว์รูมเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายหลอดไฟรองรับการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้นที่นอกเหนือจากการจำหน่ายเพียงแค่หลอดไฟเท่านั้น ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการเข้าทำตลาดของโคมไฟและอุปกรณ์ตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับไฟ จึงต้องมีพื้นที่โชว์นวัตกรรมที่บริษัทจะนำเสนอสู่ผู้บริโภค
เมื่อได้ที่ดินอยู่บนถนนพระราม 2 จึงมีความคิดว่าจะตั้งเพียงโชว์รูมจัดแสดงโคมไฟและอุปกรณ์อย่างเดียวคงไม่พอ ต้องหาแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาสนใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัท จึงได้ทำการสำรวจความต้องการผู้บริโภคย่านดังกล่าวนี้ และเกิดไอเดียในการทำธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ที่มองว่าพื้นที่ยังสามารถเป็นศูนย์รวมแหล่งนัดพบที่นอกเหนือจากห้างสรรพสินค้าย่านชานเมืองด้วย
“การพัฒนา เดอะ ไบรท์ ซิตี้ไลฟ์สไตล์ อยากให้เป็นแลนด์มาร์คที่เมื่อใครนัดพบกันที่พระราม 2 ต้องคิดถึง เดอะ ไบรท์ และยกระดับไลฟ์สไตล์ของประชากรย่านนี้ให้มีความทันสมัยครบวงจรไม่ต่างจากไลฟ์สไตล์คนในเมือง” อวัศยา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเมื่อเข้ามาเป็นหน้าใหม่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกจึงต้องมีมืออาชีพที่เป็นที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำจากอดีตผู้อยู่ในวงการ และที่สำคัญคือคุณพ่อที่เป็นแรงผลักดันสำคัญในการให้คำปรึกษา
หลักคิดสำคัญในการออกแบบของเราคือ การให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่ไม่เคยออกแบบศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ที่ไหนมาก่อน เพื่อฉีกรูปแบบที่เคยมีมาให้เกิดดีไซน์ที่แปลกตาและเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของตัวเองต่างจากที่อื่นๆ
โจทย์การออกแบบ เดอะ ไบรท์ คือ ความทันสมัยและทำอย่างไรก็ได้ให้นำเอาความเป็นเมืองมาไว้ที่ชานเมืองให้ได้ นอกจากนี้ยังคงจุดแข็งของบริษัทด้วยการประดับตกแต่งด้วยหลอดไฟ แลมป์ตั้น ที่ให้ความประหยัดไฟได้กว่า 70% พร้อมกับความสวยงาม
หลักการบริหารงานที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นคือ การทำให้เต็มที่และดีที่สุด ถ้าอะไรจะผิดพลาดก็ต้องผิดพลาดและยอมให้เป็นประสบการณ์ ดังนั้นโครงการดังกล่าวภายใต้การบริหารงานของ “ดิว” คือ การเลือกสิ่งที่ดีที่สุดในทุกอย่างก่อนที่จะออกมาเป็นผลงาน
ไม่เท่านั้น ถ้าคิดจะเป็นผู้บริหารแล้วนั้นจะต้องลงมือทำเอง ซึ่งความหมายในการลงมือทำในที่นี้หมายถึงการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ ซึ่งทำแม้กระทั่งการอยู่เฝ้าติดตามผลงานกับผู้รับเหมาอย่างใส่ใจ ไม่เช่นนั้นแล้วการลงเพียงเม็ดเงินอย่างเดียวจากนั้นมีเพียงผู้มารายงานผลจะไม่เห็นภาพอย่างแท้จริง
จุดแข็งของสถานที่แห่งนี้จึงถูกนำเอาความใส่ใจทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกร้านอาหารที่ครอบครัวชอบ การเลือกวัสดุ และการออกแบบ ให้เหมือนกับเป็นผู้บริโภคคนหนึ่งที่ต้องการจากผู้ประกอบธุรกิจ จึงรวมเอาความหลากหลายนอกเหนือจากพื้นที่ร้านอาหาร พื้นที่ขายสินค้า ยังมีห้องสัมมนา ห้องจัดเลี้ยง สนามบาสเกตบอล สนามฟุตบอล ไว้ในที่เดียว
นอกจากนั้น กิจกรรมการตลาดต่างๆ ที่จะจัดขึ้นในเทศกาล อาทิ วันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ จะเป็นกิจกรรมดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้ รวมถึงการจัดไลติ้งโชว์ เช่นเดียวกับกิจกรรมที่จัดขึ้นในเมือง เพื่อให้ผู้บริโภคย่านพระราม 2 ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองด้วยกิจกรรมที่มีมาถึงบริเวณที่อยู่อาศัยย่านชานเมืองแห่งนี้
โครงการ เดอะ ไบรท์ ซิตี้ไลฟ์สไตล์ ใช้งบประมาณการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท สร้างเป็นซิตี้ไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 10 ไร่ บริเวณถนนพระราม 2 ขาออก เป็นอาคารช็อปปิ้งมอลล์สูง 4 ชั้น มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 1.7 หมื่นตารางเมตร แบ่งเป็นส่วนของร้านอาหาร 50% ส่วนการเงินการธนาคารและการบริการ 20% ส่วนของร้านที่เกี่ยวกับความงาม เช่น สปา ร้านเสริมความงาม ร้านขายสินค้าเพื่อความงามต่างๆ 10% และส่วนอื่นๆ เช่น ร้านอุปกรณ์กีฬา ร้านขายยา ร้านไอที ร้านหนังสือ ร้านขายซีดีเพลงและภาพยนตร์อีก 20%
พร้อมทั้งยังจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ไว้ ได้แก่ ลานจอดรถ 8 ชั้นที่รองรับจำนวนรถได้กว่า 500 คัน เชื่อมต่อกับตัวมอลล์ทุกชั้นให้ความสะดวกสบายสูงสุด ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มี.ค. 2559 และในอนาคตมีแนวคิดจะขยายต่อยอดธุรกิจสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียม เป็นต้น
หากโครงการ เดอะ ไบรท์ ซิตี้ไลฟ์สไตล์ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ก็ถือว่าเป็นการพิสูจน์ฝีมือของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หน้าใหม่รายนี้ได้ก่อนที่จะก้าวสู่การพัฒนาในโครงการต่อๆ ไป







