posttoday
ความรับผิดชอบของมนุษย์

ความรับผิดชอบของมนุษย์

25 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...วิฑูรย์  สิมะโชคดี

โดย...วิฑูรย์  สิมะโชคดี

ระบบนิเวศที่สมดุลจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ความหมายที่เข้าใจได้ง่ายของ “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ (อาทิ คน สัตว์ พืช จุลินทรีย์) กับสิ่งแวดล้อม หรือสภาพแวดล้อมที่สิ่งที่มีชีวิตเหล่านั้นดำรงชีวิตอยู่

ปัจจุบันกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์มักจะฝ่าฝืนหลักการของระบบนิเวศแบบยั่งยืน ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ แต่ธรรมชาติก็ชดเชยด้วยกฎเหล็กที่ว่า “ธรรมชาติรู้ดีที่สุด” คือ เมื่อใดที่กิจกรรมมนุษย์ หรือความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติเกิดขึ้น ธรรมชาติก็จะพยายามรักษาสมดุลเสมอ หรือเมื่อใดที่ความเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้ธรรมชาติเสียสมดุล ธรรมชาติก็จะแสดงปรากฏการณ์บางอย่างให้เห็น และพยายามปรับตัวให้คืนสู่สมดุล แต่ต้องใช้เวลานานถ้าปล่อยให้เป็นการคืนสู่สมดุลด้วยวิธีธรรมชาติ (มนุษย์จึงต้องหาเทคโนโลยีมาสร้างความสมดุลทางธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศอย่างยั่งยืนโดยเร็ว)

ความเสียสมดุลของธรรมชาติจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมถึงระบบนิเวศด้วย

ด้วยเหตุนี้ประชาคมโลกจึงไม่อาจนิ่งดูดายต่อไปได้ ดังนั้น องค์การสหประชาชาติจึงได้ตรา “กฎบัตรเพื่อธรรมชาติ” (World Charter for Nature) โดยมีประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติร่วมลงนามรับรองกฎบัตรสหประชาชาติเพื่อธรรมชาติเมื่อเดือน ต.ค. 1982

“กฎบัตรเพื่อธรรมชาติ” จะกล่าวถึง “ความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อธรรมชาติ” ในด้านจริยธรรมที่มนุษย์ควรจะต้องปฏิบัติต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ร่วมในโลกเดียวกัน และมีกฎทั่วไปเกี่ยวกับความร่วมมือกันปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย มีประเด็นต่างๆ โดยสรุปดังต่อไปนี้

(1) มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติและทุกชีวิตในโลกจำเป็นต้องใช้พลังงานและอาหารจากระบบนิเวศที่มีความสมดุล (2) การพัฒนาความเจริญของมนุษย์มีรากเหง้ามาจากธรรมชาติ และสามารถพัฒนาต่อไปได้บนหลักการที่สอดคล้องทางนิเวศวิทยา

(3) ชีวิตทุกชีวิตมีความเป็นตัวของตัวเองและควรได้รับการยอมรับ (4) มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงธรรมชาติได้ หรือทำให้ทรัพยากรธรรมชาติหมดไปได้ จึงต้องตั้งความมุ่งหมายไว้ว่าจะดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงและคุณภาพของธรรมชาติ (5) ความยั่งยืนของผลผลิตจากธรรมชาติอยู่บนพื้นฐานของการอนุรักษ์กระบวนการสำคัญทางนิเวศวิทยาและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

(6) การทำลายระบบนิเวศที่มีอยู่ตามธรรมชาติในระยะยาวจะนำไปสู่ความหายนะต่อความเจริญรุ่งเรืองของมนุษย์ และทำลายพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง (7) การแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดมักก่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่ในทางตรงกันข้ามการอนุรักษ์ธรรมชาติจะก่อให้เกิดความสันติและยุติธรรม (8) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศ และ (9) มนุษย์ต้องพยายามสร้างความเข้าใจถึงโครงสร้างและหน้าที่ตามหลักนิเวศวิทยาจึงจะสามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไว้เพื่อคนรุ่นต่อไปได้

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ต้องการตอกย้ำว่า มนุษย์ให้ความสำคัญกับเรื่องของ “นิเวศวิทยา” และ “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” มานานมากแล้ว แต่ถึงปัจจุบันดูเหมือนว่าจะยังไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร

ดังนั้น หากมนุษย์ไม่ดำรงชีวิตให้สอดคล้องกับหลักการของระบบนิเวศแบบยั่งยืน การพัฒนาอย่างยั่งยืนก็คงจะเป็นไปได้ยาก ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน