
"บิ๊กตู่"สั่งลุยสอบนอมินีมอบ3กระทรวงจับจริง
บิ๊กตู่สั่ง 3 กระทรวงเร่งแก้ไขนอมินีต่างชาติทำธุรกิจในไทย ไฟเขียวแก้กฎหมายพร้อมจับจริง
บิ๊กตู่สั่ง 3 กระทรวงเร่งแก้ไขนอมินีต่างชาติทำธุรกิจในไทย ไฟเขียวแก้กฎหมายพร้อมจับจริง
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ 3 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจของต่างชาติ ที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย
นายกฯ ได้สั่งการว่า ให้ร่วมกันเร่งตรวจสอบผู้ประกอบการในทุกกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงว่าจะมีการใช้นอมินีมาทำธุรกิจ โดยไม่เจาะจงเฉพาะกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ให้ตรวจสอบทุกกลุ่มที่สุ่มเสี่ยง รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้จดทะเบียนธุรกิจใหม่มีการสร้างนอมินีเข้ามาเป็นตัวแทน โดยตั้งเป้าหมายการป้องกันปราบปรามธุรกิจลักษณะนอมินีให้หมดไปจากประเทศไทย
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบนอมินี ใน 6 แนวทาง ประกอบด้วย 1.ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองและตรวจสอบคุณสมบัตินิติบุคคลในกลุ่มที่นอมินี โดยได้ตรวจสอบผู้ประกอบการท่องเที่ยวไป 245 บริษัท มีแนวโน้มเป็นนอมินี 22 บริษัท
2.ร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจสอบบริษัททัวร์และมัคคุเทศก์ (ไกด์) ระหว่างเดือน มิ.ย. 2558-ม.ค. 2559 จำนวน 1,439 ราย พบไกด์เถื่อน 113 ราย ทัวร์เถื่อน 19 บริษัท
3.ลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา ตรวจสอบนอมินี พบผู้ที่เข้าข่ายนอมินี 6 ราย 4.การบันทึกข้อตกลงการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจนำเที่ยวกลุ่มตลาดจีน 5.ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติปราบปรามอย่างจริงจัง และ 6.ตั้งคณะกรรมการทำงานเพื่อป้องกันปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้เปิดช่องให้ทุกกระทรวงนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา หากต้องเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนช่องทางตามกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม โดยกระทรวงการ ท่องเที่ยวฯ มีแผนเพิ่มความเข้มข้นในการลงพื้นที่ตรวจสอบในทุกเดือน
"ประเทศไทยไม่ได้กีดกันนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาทำธุรกิจในไทย แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ถือหุ้นตามสัดส่วน เสียภาษีตามกฎหมายไทย" นางกอบกาญจน์ กล่าว







