
กรมชลฯโต้วุ่นยันน้ำในเขื่อนถูกต้อง100%
กรมชลฯ แจงตัวเลขปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักยังมีเพียงพอถึงเดือน ส.ค. แต่ย้ำยังต้องประหยัดน้ำ
กรมชลฯ แจงตัวเลขปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักยังมีเพียงพอถึงเดือน ส.ค. แต่ย้ำยังต้องประหยัดน้ำ
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำใช้การได้อยู่ที่ 3,068 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และระบายน้ำ 18 ล้าน ลบ.ม./วัน โดยยืนยันว่าการรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำเป็นแบบเรียลไทม์ถูกต้อง 100% ประชาชนสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของกรมและไม่มีปิดบังหรือมั่วข้อมูล
นายสุเทพ ย้ำว่า หลังสิ้นสุดแผนบริหารน้ำในฤดูแล้ง กรมชลประทานคาดว่า ณ วันที่ 1 พ.ค. 2559 จะมีปริมาณน้ำคงเหลือในเขื่อน 4 แห่ง 1,600 ล้าน ลบ.ม. สามารถที่จะใช้ได้ถึงกลางเดือน ก.ค. 2559 ซึ่งเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว
"กรมยืนยันว่าปริมาณน้ำอุปโภคบริโภคมีเพียงพอถึงเดือน ก.ค.-ส.ค. แต่ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ประหยัดน้ำ เพราะอาจมีภาวะฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้นได้ ส่วนพื้นที่เสี่ยงขาดน้ำประมาณ 546 อำเภอ กรมได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการนำรถส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไปยังพื้นที่ ส่วนข้าวนาปรังที่ปลูกไปแล้ว 1.9 ล้านไร่ คาดว่าจะเสียหายประมาณ 3 แสนไร่" นายสุเทพ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนสถานการณ์น้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ณ วันที่ 24 ก.พ. 2559 พบว่าค่าความเค็มของบริเวณสถานีสูบน้ำเพื่อการทำประปาที่สำแล อยู่ที่ 0.15 กรัม/ลิตร น้อยกว่าค่าความเค็มของการทำน้ำดื่มที่ต้องไม่เกิน 0.25 กรัม/ลิตร ส่วนที่แม่น้ำท่าจีนค่าความเค็มอยู่ที่ 0.3 กรัม/ลิตร ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ที่จะกระทบสวนกล้วยไม้ 0.75 กรัม/ลิตร
ก่อนหน้านี้ นายสมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาระบุว่า ข้อมูลปริมาณน้ำที่กรมชลประทานเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นตัวเลขที่ไม่เป็นจริง และน้ำใช้การได้ในเขื่อนจะหมดลงในเดือน พ.ค.นี้







