posttoday
เข้มไอพีโอยกคุณภาพบจ.

เข้มไอพีโอยกคุณภาพบจ.

24 กุมภาพันธ์ 2559

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มคุณสมบัติไอพีโอทั้ง SET-mai ด้านส่วนทุน-มาร์เก็ตแคป กำหนดพาร์ขั้นต่ำ 0.50 บาท 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มคุณสมบัติไอพีโอทั้ง SET-mai ด้านส่วนทุน-มาร์เก็ตแคป กำหนดพาร์ขั้นต่ำ 0.50 บาท 

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) การปรับปรุงกฎเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนเพื่อยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างยั่งยืน ทั้งนี้จะปิดรับความคิดเห็นในวันที่ 18 มี.ค. 2559  

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เกณฑ์ที่จะใช้ใหม่สำหรับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใน SET จะต้องมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท จากเดิมกำหนดเป็นทุนที่เรียกชำระแล้ว 300 ล้านบาท และหากเข้าด้วยเกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ต้องมีไม่ต่ำกว่า 7,500 ล้านบาท จากเดิม 5,000 ล้านบาท รวมทั้งต้องมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและภาษี (อีบิตดา) ปีล่าสุดรวมกำไรสะสมมากกว่าศูนย์  

สำหรับบริษัทที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ต้องมีทุนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท จากเดิม 20 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท จากเดิม 20 ล้านบาท หากเข้าด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคป บริษัทต้องมีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากเดิม 500 ล้านบาท และต้องมีกำไรไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพื่อให้สมเหตุสมผลกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เข้ามาจดทะเบียน ยกเว้นบริษัทมีธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ไม่ต่ำกว่า 10% สามารถเข้าจดทะเบียนด้วยส่วนทุนและทุนชำระแล้วที่ 20 ล้านบาท และมีกำไรไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพราะแสดงว่าธุรกิจมีศักยภาพ มีโอกาสเติบโตในอนาคตเป็นที่สนใจของผู้ลงทุน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้กำหนดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) ขั้นต่ำ 0.50 บาท/หุ้น เพื่อให้บริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนมีพาร์ที่เหมาะสมทั้งใน SET และ mai แต่จะไม่มีผลย้อนหลังสำหรับหุ้นที่มีพาร์ต่ำกว่า 0.50 บาทในปัจจุบัน

“เกณฑ์ที่จะออกมาใช้ใหม่ มีการเปรียบเทียบกับหลายประเทศ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่าบริษัทที่ขนาดใหญ่จริงและมีคุณภาพ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าตลาด เพราะหุ้นที่เข้ามาก่อนหน้านี้ก็เป็นไปตามเกณฑ์ใหม่แล้ว มีเพียงหุ้น mai ตัวเดียวที่มีทุน 80 ล้านบาท ตอนนี้ก็เกิน 100 ล้านบาทแล้ว” นางเกศรา กล่าว

ทั้งนี้ ในเอกสารรับฟังความคิดเห็นระบุว่า เหตุผลในการปรับปรุงเกณฑ์ครั้งนี้ เนื่องจากในช่วงปี 2556-2558 บริษัทที่เข้าจดทะเบียนเริ่มมีขนาดเล็กลง มีผลประกอบการผ่านเกณฑ์รับหลักทรัพย์ขั้นต่ำไม่สูงนัก และเมื่อเข้ามาได้ไม่นาน บางบริษัทก็ขาดทุน รวมถึงแรงเก็งกำไรสูงมาก ในช่วงปลายปี 2557 ถึงต้นปี 2558 โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็กหรือราคาต่ำมักมีสภาพการซื้อขายที่ผิดปกติ 

ขณะเดียวกัน ยังนิยมแตกพาร์โดยไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ จึงกำหนดให้ดำรงพาร์ไม่ให้ต่ำกว่า 0.50 บาทตลอดไป แต่ก็มีการยกเว้น เช่น บริษัทที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการหรือปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน ทั้งนี้ภายใน 12 เดือนหลังจากการดำเนินการแล้วเสร็จหรือก่อนกลับมาซื้อขายต้องแก้ไขให้พาร์กลับมาไม่ต่ำกว่า 0.50 บาท

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง