
โฆษณาสินค้าเกินจริง
จนถึงปัจจุบันปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์หลอกลวงผู้บริโภคยังคงเป็นปัญหาที่แก้ยังไงก็ไม่หมดไปจากสังคมไทย ล่าสุดเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้แถลงผลการดำเนินงานเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายทั้งทางสื่อต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2558 พบว่ายังคงมีโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายออกอากาศจำนวนมาก
จนถึงปัจจุบันปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์หลอกลวงผู้บริโภคยังคงเป็นปัญหาที่แก้ยังไงก็ไม่หมดไปจากสังคมไทย ล่าสุดเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้แถลงผลการดำเนินงานเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายทั้งทางสื่อต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2558 พบว่ายังคงมีโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายออกอากาศจำนวนมาก
จากการเฝ้าระวังพบว่า มีโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายที่เผยแพร่ 206 ผลิตภัณฑ์ จาก 64 สื่อ ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ดาวเทียม และดิจิทัลทีวี แบ่งเป็นประเภทอาหาร 49% ยา 29% เครื่องสำอาง 21% และอื่นๆ 2% โดยสื่อวิทยุชุมชนถือเป็นช่องทางหลักที่ผลิตภัณฑ์สุขภาพโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ซึ่งผู้บริโภคที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่รับฟังรายการเป็นประจำ
สำหรับสื่อทั้ง 64 รายการ เป็นโฆษณาที่ผิดกฎหมาย 73% โดยพบในสื่อวิทยุมากที่สุด รองลงมาคือ ดิจิทัลทีวี และโทรทัศน์ดาวเทียม ตามลำดับ ตัวอย่างโฆษณาที่ผิดกฎหมาย เช่น โฆษณา
ไม่ตรงกับสรรพคุณที่ระบุไว้ โดยมากจะเป็นโฆษณาลดน้ำหนัก กินแล้วผอม และผลิตภัณฑ์ผิวขาว รักษาสิว ฝ้า ลดริ้วรอย ถือเป็นคำที่กล่าวอ้างเกินจริง
ทางเครือข่ายฯ จึงมีข้อเสนอส่งต่อไปยัง อย.และ กสทช. ดังต่อไปนี้ 1.รัฐต้องเร่งรัดให้มีองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคโดยทันที 2.หน่วยงานกำกับดูแลต้องมีมาตรการจัดการปัญหาที่เด็ดขาด รวดเร็ว และเห็นผล 3.ให้ อย.เร่งจัดทำฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาอาหารและให้สาธารณชนเข้าถึงได้ 4.ให้ กสทช.เร่งดำเนินการให้เกิดการกำกับดูแลกันเองของผู้ประกอบการสื่อ 5.ให้มีคณะทำงานเฉพาะด้านจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหา และ 6.ให้ อย.เร่งรัดปรับปรุงบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ใครที่พบเจอโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เข้าข่ายหลอกลวง สามารถส่งข้อมูลแจ้งเรื่องร้องเรียนไปได้ที่ทั้ง อย.และ กสทช. หรือที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค







