
เบรกขึ้นต๋งน้ำมัน สนพ.ปัดรีด50สต.โปะกองทุนอนุรักษ์
สนพ.แจงไม่คิดเพิ่มเงินนำส่งกองทุนอนุรักษ์ ชี้เป็นเพียงแนวคิดบอร์ดบางคน ย้ำเงินสะสมพอใช้จ่าย
สนพ.แจงไม่คิดเพิ่มเงินนำส่งกองทุนอนุรักษ์ ชี้เป็นเพียงแนวคิดบอร์ดบางคน ย้ำเงินสะสมพอใช้จ่าย
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ได้พิจารณาแนวทางปรับเพิ่มเงินนำส่งเข้ากองทุนจาก 25 สตางค์/ลิตร เป็น 50 สตางค์/ลิตร แต่มีกรรมการบางคนเสนอว่า จากราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง หากจะเร่งรัดนโยบายอนุรักษ์พลังงาน เช่น ส่งเสริมให้ผู้ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้รถขนส่งมวลชน หรือรถไฟฟ้า ก็อาจจำเป็นต้องเก็บเงินเพิ่มขึ้น
"การเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันเข้ากองทุน 25 สตางค์/ลิตร ถือว่าเพียงพอแล้วกับแผนขับเคลื่อนการอนุรักษ์พลังงาน โดยที่ผ่านมามีกระแสเงินสดเงินไหลเข้าปีละ 8,000 ล้านบาท แต่จากราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลให้ยอดการใช้น้ำมันเติบโต และทำให้การจัดเก็บรายได้เดือนธ.ค. 2558-ม.ค. 2559 ปรับเพิ่มขึ้น หากสถานการณ์เป็นอย่างนี้คาดว่าจะเก็บรายได้เข้ากองทุนได้ปีละ 9,000-1 หมื่นล้านบาท" นายทวารัฐ กล่าว
นายทวารัฐ กล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือกรอบแนวทางการบริหารเงินกองทุนอนุรักษ์ใหม่ ระยะ 5 ปี (2560-2564) แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับสัดส่วนการจัดสรรเงิน เนื่องจากที่ประชุมเสนอให้จัดสรรเงินสำหรับเพิ่มเรื่องงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่เข้าไป อยู่ในส่วนของพลังงานทดแทน รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรเพิ่มขึ้นด้วย จากเดิมที่มีเสนอให้จัดสรรเงินเป็น 3 ส่วน คือ 1.จัดสรรเพื่อการใช้ในเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน 67% 2.จัดสรรเงินแผนพลังงานทดแทน 30% และ 3.จัดสรรเงินเพื่อการนำไปใช้ในเชิงกลยุทธ์
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการปรับโครงสร้างการบริหารงานกองทุนเพื่อรองรับกับ พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 และทำให้กลไกการทำงานมีความถาวรมากขึ้น ซึ่งมีการเสนอ 3 ทางเลือก คือ 1.ตั้งสำนักงานใหม่ภายใต้ สนพ. 2.ตั้งองค์กรอิสระในลักษณะองค์การมหาชน และ 3.โครงสร้างแบบผสมในลักษณะองค์กรบริหารรูปแบบพิเศษ โดยจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ม.ค. 2559 กองทุนมีเงินสะสม 36,168 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุนได้จัดสรรเงินเป็น 2 ส่วน คือ 1.สนับสนุนด้านอนุรักษ์พลังงาน 11,016 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้เกิดการลดใช้พลังงานขั้นสุดท้าย 2,942 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) คิดเป็นมูลค่า 38,256 ล้านบาท และ 2.สนับสนุนด้านพลังงานทดแทน 10,074 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดลดการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย 159 ktoe คิดเป็น 2,067 ล้านบาท
"กรณีที่มีบุคคลบางกลุ่มยื่นหนังสือต่อ คสช. ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องการใช้เงินกองทุนในเดือน ธ.ค. 2558 ที่มียอดแตกต่างลดลงเกือบ 9,200 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า เงินไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นเงินที่จ่ายไปให้หน่วยงานต่างๆ ตามสัญญาการให้ทุนในช่วงเดือน 3 เดือน คือ เดือน ต.ค.-ธ.ค. 2558 วงเงิน 671 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2558 กองทุนนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดินอีก 8,529 ล้านบาท" นายทวารัฐ ระบุ







