
ห้ามล้งจีนนำผลไม้ขายในไทย
งัดกฎหมายคนต่างด้าวไล่ตรวจสอบล้งจีน ห้ามนำผลไม้ที่ซื้อจากสวนมาขายในประเทศ
งัดกฎหมายคนต่างด้าวไล่ตรวจสอบล้งจีน ห้ามนำผลไม้ที่ซื้อจากสวนมาขายในประเทศ
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จะร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบโรงคัดแยกบรรจุผลไม้จากจีน (ล้ง) ที่เข้ามาซื้อผลไม้ไทยและส่งออกไปยังประเทศจีน ว่า มีการดำเนินการถูกต้องตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542 หรือไม่
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า ตามกฎหมายนี้ล้งชาวจีนสามารถซื้อ รวบรวม คัดแยก และบรรจุผลไม้ในไทย แล้วส่งออกได้เท่านั้น ไม่สามารถนำผลไม้ที่ซื้อแล้วมาเวียนขายในไทย หากจะขายในประเทศไทย จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อน ไม่เช่นนั้นจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1 แสน-1 ล้านบาท หรือจำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ปัญหาที่พบคือ ผลไม้ที่ล้งจีนซื้อแล้วบางล็อตอาจไม่ได้มาตรฐาน ส่งออกไม่ได้ แล้วผลไม้ตกเกรดพวกนี้ไปไหน ถ้ามีการเอามาขายต่อในไทย จะเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตรงนี้กรมการค้าภายในจะเข้าไปตรวจสอบว่ามีจริงหรือไม่ มากน้อยอย่างไร โดยจะตรวจสอบเฉพาะล้งจีนก่อน เพราะเข้ามารับซื้อผลไม้ในไทยมากที่สุด” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว
ขณะนี้มีการร้องเรียนมากว่า ล้งจีนทำสัญญากับเกษตรกรแล้ว แต่เห็นว่าผลไม้ไม่ได้มาตรฐานหรือตกเกรดก็จะไม่รับซื้อหรือซื้อกดราคาต่ำมากๆ ซึ่งขณะนี้กระทรวงยุติธรรมกำลังยกร่างสัญญามาตรฐาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ แต่ระหว่างนี้ให้ใช้สัญญามาตรฐานตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรีไปก่อน
ปัจจุบัน มีล้งจีนที่ซื้อและส่งออกลำไย 145 ราย ล้งทุเรียนและล้งมังคุดราว 70-80 ราย นอกจากนี้ยังมีล้งจากลาว กัมพูชา เวียดนาม ที่เข้ามารับซื้อผลไม้จากไทย แต่เมื่อซื้อแล้วไม่ได้มีการคัดแยกหรือตรวจสุขอนามัย แต่จะส่งออกทันที ซึ่งถือว่าสามารถดำเนินการได้ ไม่ผิดกฎหมายคนต่างด้าวแต่อย่างใด และมีล้งญี่ปุ่นอีก 3 ราย ที่ขออนุญาตคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่จะขายสินค้าเกษตรในไทย







