
คลังยอมถอย ถอนกฎหมายสอบคดีภาษี
ครม.อนุมัติตามคลังขอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.สอบสวนคดีภาษี หลังยุติธรรมแย้งทำหน้าที่ซ้ำซ้อน
ครม.อนุมัติตามคลังขอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.สอบสวนคดีภาษี หลังยุติธรรมแย้งทำหน้าที่ซ้ำซ้อน
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2559 พิจารณาและอนุมัติการขอถอนคืนร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีภาษีอากรฝ่ายสรรพากร พ.ศ.... และ ครม.ได้อนุมัติตามที่เสนอ หลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะนำไปศึกษาถึงความเหมาะสมตามโครงสร้างองค์กร อัตรากำลัง และงบประมาณต่อไป
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังระบุว่า ก่อนหน้านี้ ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เสนอร่างประกาศ คสช. เรื่องการสอบสวนคดีภาษีอากร กำหนดให้มีพนักงานสอบสวนคดีภาษีอากรขึ้นในกรมสรรพากร เพื่อสอบสวนคดีภาษีเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ให้อำนาจเฉพาะเจ้าพนักงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษี หรือขอคืนภาษี
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ คสช.มีมติเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2557 เห็นชอบในหลักการให้ตั้งฝ่ายสอบสวนคดีภาษีอากรขึ้นในกรมสรรพากร และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณารายละเอียด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรับปรุงรูปแบบของกฎหมายจากร่างประกาศ คสช. เป็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีภาษีอากรฝ่ายสรรพากร แต่เนื่องจากมีการปรับ ครม.ชุดใหม่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงส่งคืนเรื่องให้กระทรวงการคลังพิจารณาอีกครั้ง และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ให้กระทรวงการคลังรับความเห็นของกระทรวงยุติธรรม ที่เห็นว่าการดำเนินการสอบสวนคดีภาษีอากรของพนักงานสอบสวนคดีภาษีอากรตามร่างกฎหมาย มีความซ้ำซ้อนกับการดำเนินการโดยองค์กรรัฐอื่นไปพิจารณาด้วย
แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า เมื่อกระทรวงการคลังได้พิจารณาทบทวนร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวแล้ว ก็เห็นว่า โดยลักษณะโครงสร้างของการเป็นองค์กรจัดเก็บภาษีอากร อัตรากำลัง และงบประมาณของกรมสรรพากรแล้ว การจัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานในรูปแบบของดีเอสไอ หรือ สตช. ภายในกรมสรรพากรอาจยังไม่เหมาะสมกับโครงสร้างของหน่วยงานในปัจจุบัน จึงขอถอนคืนร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีภาษีอากรฯ เพื่อศึกษาถึงความเหมาะสมต่อไป
“ก่อนหน้านี้ คสช.เห็นว่า การเลี่ยงภาษีและการขอคืนภาษีได้สร้างความเสียหายมาก การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดจึงจำเป็นต้องมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยใช้พนักงานสอบสวนที่มีความรู้ด้านภาษีอากรโดยเฉพาะ จึงเสนอให้เพิ่มอำนาจกรมสรรพากร แต่เมื่อมีข้อท้วงติงและปัญหาอัตรากำลัง จึงขอถอนร่างมาก่อน” แหล่งข่าวระบุ







