ประกันตื่นรับมือค้าชายแดนตาก
ประกันภัยรับมือการค้าชายแดนตากมูลค่า 1 แสนล้านบาท คาดทำเบี้ยขนส่งได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
ประกันภัยรับมือการค้าชายแดนตากมูลค่า 1 แสนล้านบาท คาดทำเบี้ยขนส่งได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการสมาคมประกันวินาศภัยไทย พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทประกันภัยกว่า 70 คน เดินทางไปศึกษาเส้นทางการขนส่งสินค้าเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก แม่สอด เมียวดี ประเทศเมียนมา เพื่อรองรับการประกันภัยการขนส่งสินค้า ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ นายกี่เดช คาดว่า จากการประมาณการณ์มูลค่าการค้าชายแดน แม่สอด เมียวดี ของหอการค้าจังหวัดตากที่ 1 แสนล้านบาท จะมีการทำประกันภัยขนส่งสินค้าคิดเป็นเบี้ยไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งจะให้ความคุ้มครองสินค้าเสียหายขณะขนส่ง โดยไม่เกี่ยวกับประกันภัยตัวรถและทรัพย์สินของรถ
สำหรับ การมาดูสถานที่จริง ทำให้ประกันได้ทราบว่าเส้นทางของถนนที่ใช้ในการขนส่งสินค้าเป็นอย่างไร การเปลี่ยนถ่ายสินค้าตรงจุดพัฒนาเศรษฐกิจของเมียวดีเป็นอย่างไร จะได้พิจารณารับประกันได้อย่างตรงตามความเป็นจริง
ด้าน นางพรทิพย์ อินทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) จังหวัดตาก กล่าวว่า ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกของไทยที่เดินทางเข้าไปในเขตพัฒนาเศรษฐกิจเมียวดี แล้วไปเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่จุดดังกล่าว
ขณะที่ รถฝั่งเมียนมาที่เข้ามาไทยเฉลี่ยปีละ 2,000 คัน เกินครึ่งเป็นรถเก๋งส่วนบุคคล ซึ่งเมื่อเข้ามาแล้วจะดำเนินการให้ทำการซื้อประกันภัยภาคบังคับ ตามกฎหมายไทย แต่ควบคุมได้เพียง 1,200 คันเท่านั้น ที่เหลือมีการหลุดรอดไปบ้าง เพราะกระบวนการเข้าเมืองหนาแน่น
นายนพดล สันติภากรณ์ เลขาธิการสมาคมประกันวินาศภัยไทย และรองประธานสภาสำนักงานประกันภัยรถผ่านแดนแห่งชาติ กล่าวว่า การเดินทางมาดูเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก เพราะมีขนาดมูลค่าการค้าชายแดนสูงเป็นอันดับ 2 ของเขตการค้าชายแดนทั้งหมด และ มีแผนการพัฒนาที่ชัดเจน ซึ่งการที่ประกันภัยเตรียมการรองรับไปควบคู่กัน จะทำให้การค้าชายแดนเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการค้าขายได้อย่างสบายใจ
นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า การเมียวดีได้ร้องขอให้รถบรรทุกจากฝั่งเมียนมาเข้ามารับสินค้าในเขตไทยได้ เพื่อลดความเสียหายการขนถ่ายสินค้าในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก แต่เนื่องจากระบบทะเบียนรถของทางเมียนมายังไม่ครบ 100% จึงไม่สามารถอนุมัติให้รถทุกคันเข้ามาฝั่งไทยได้ทั้งหมด เพราะหากเกิดเหตุจะมีความยุ่งยากในการพิสูจน์ทะเบียน ทำให้เสียเวลาทั้ง 2 ฝ่าย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในอนาคตความร่วมมือกันของการค้าชายแดนในเขตนี้จะได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับและอำนวยความสะดวกให้กันและกันได้มากขึ้น







