
นโยบายสปริงบอร์ด
ทุกประเทศในโลกยอมรับว่าการศึกษาคือหัวใจของการพัฒนาชาติ เมื่อชาติใดสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนในชาติเหนือกว่าชาติอื่น
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
ทุกประเทศในโลกยอมรับว่าการศึกษาคือหัวใจของการพัฒนาชาติ เมื่อชาติใดสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนในชาติเหนือกว่าชาติอื่น ประเทศนั้นย่อมจะได้ชัยชนะในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกประเทศต่างก็ทุ่มเทให้กับการศึกษา
เพื่อนบ้านเราทั้งสิงคโปร์และมาเลเซียต่างค้นพบหัวใจสำคัญในเรื่องนี้ จึงทุ่มเทพัฒนามหาวิทยาลัยของตนให้ทัดเทียมกับประเทศชั้นนำ ในที่สุดก็ทำสำเร็จ ซึ่งเคล็ดลับของสิงคโปร์และมาเลเซีย คือ การสร้างพันธมิตรเพื่อการเรียนรู้ หรือดึงคนที่รู้มากกว่า เก่งกว่า มาช่วยทำให้ไม่ต้องคิดเอง โดยถ่ายทอดองค์ความรู้จากคนเก่งมาสู่ตัวเอง ทำให้ยกระดับความสามารถของตัวเองได้รวดเร็วกว่าที่ต้องมาศึกษาค้นหาเอง
เมื่อ 20 ปีที่แล้วรัฐบาลสิงคโปร์ยอมทุ่มเงินมหาศาลสร้างหลักสูตรร่วมกับเอ็มไอที มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลก ด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมวัสดุศาสตร์ วิศวกรรมปิโตรเคมี และวิศวกรรมระบบการผลิต โดยนักศึกษาจะได้ทั้งปริญญาโทและปริญญาเอกมหาวิทยาลัยสิงคโปร์และเอ็มไอที โครงการนี้สร้างบัณฑิตสุดยอดออกสู่ตลาดอุตสาหกรรมของสิงคโปร์มากกว่า 100 คนต่อปี
นโยบาย “สปริงบอร์ด” ที่จับมือกับคนเก่งกว่าของสิงคโปร์ ทำให้กระโดดได้สูงเหนือกว่าชาติใดในเอเชีย เพราะนอกจากสามารถผลิตบุคลากรชั้นยอดแล้ว การที่มหาวิทยาลัยสุดยอดของโลก เช่น เอ็มไอที มาอยู่ที่สิงคโปร์ ย่อมทำให้ได้เรียนรู้และทำงานร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเพื่อต่อยอดผลงานวิจัย จนทำให้เพียงไม่กี่ปี มหาวิทยาลัยของสิงคโปร์ชนะทุกมหาวิทยาลัยในเอเชีย ขึ้นระดับโลกได้รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังร่วมกับเอกชนภายในประเทศ ตั้งโจทย์วิจัยให้มหาวิทยาลัยระดับโลกได้แก้ปัญหาให้ โครงการนี้จึงคุ้มยิ่งกว่าคุ้มต่อประเทศสิงคโปร์
ขณะที่นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียเดินทางไปเอ็มไอทีด้วยตัวเอง เพื่อขอร่วมมือในการก่อตั้งศูนย์ศึกษาและวิจัยทางด้านโลจิสติกส์ระดับโลกที่กัวลาลัมเปอร์ สร้างบุคลากรด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของมาเลเซียให้เป็นเลิศกว่าประเทศใดในอาเซียน
แล้วประเทศไทยจะอยู่เฉยดูประเทศเพื่อนบ้านกระโดดข้ามเราไป โดยไม่ทำอะไรเลยหรือ นโยบายสปริงบอร์ดด้วยการแสวงหาพันธมิตร ดึงดูดมหาวิทยาลัยสุดยอดของโลกมาช่วยประเทศไทย เป็นเส้นทางลัดในการยกระดับการศึกษาและการวิจัยชั้นสูงของชาติ คงเป็นเรื่องที่ต้องให้รัฐและเอกชนร่วมกันผลักดัน เพราะประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างมหาศาล
เราคงต้องเรียนรู้ที่จะกระโดดให้สูงที่สุดเช่นกัน







