
มนุษย์พันธุ์ Y ผู้มีภูมิคุ้มกันในองค์กร
ศาสนาพุทธเน้นสอนให้เราเป็นคนดีมีศีลธรรมนำทางชีวิต หากเราประพฤติปฏิบัติได้นอกจากกุศลผลบุญที่ทำมาจะนำมาซึ่งสิ่งดีๆ ในชีวิตแล้ว การประพฤติตัวในกรอบของความดีและศีลธรรมก็จะช่วยเป็น“ภูมิคุ้มกัน” ที่ดีให้กับชีวิตของเราให้มั่นคงปลอดภัยด้วยค่ะ
ศาสนาพุทธเน้นสอนให้เราเป็นคนดีมีศีลธรรมนำทางชีวิต หากเราประพฤติปฏิบัติได้นอกจากกุศลผลบุญที่ทำมาจะนำมาซึ่งสิ่งดีๆ ในชีวิตแล้ว การประพฤติตัวในกรอบของความดีและศีลธรรมก็จะช่วยเป็น“ภูมิคุ้มกัน” ที่ดีให้กับชีวิตของเราให้มั่นคงปลอดภัยด้วยค่ะ
ทีนี้หากเราจะนำหลักธรรมนี้มาใช้ในชีวิตการทำงานของเราหลายท่านคงอยากจะทราบนะคะว่า แล้วการที่จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันใน “ที่ทำงาน” ด้วยนั้นควรทำตัวเช่นไร ดิฉันมองว่าเราก็ต้องทำตัวเป็นคนดีในแบบของการเป็นคนดีในที่ทำงาน มีศีลธรรมในการทำงานที่ดีค่ะ ตรงนี้หลายท่านอาจจะมีข้อสงสัยว่า แล้วมาตรฐานความดีในที่ทำงานที่เราควรยึดถือนั้นอยู่ตรงไหน
คำตอบของดิฉันในบทความสัปดาห์นี้ก็คือ ให้เราทำตัวเป็นคนประเภททฤษฎี Y ในที่ทำงานตามหลักคิดของ Douglas McGregor ดังที่ดิฉันเขียนนำเสนอไปในบทความตอนที่แล้วเรื่องคนประเภท X และ Y ค่ะ
คนประเภท Y ตามที่กล่าวไปเมื่อตอนที่แล้ว จะเป็นคนที่ขยันสม่ำเสมอ ไม่ต้องใช้กฎหรือผู้บังคับบัญชามาบังคับ ให้ความสำคัญกับเป้าหมายขององค์กรและทำงานด้วยพลังกายและพลังใจและทำด้วยความมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
การเป็นคนประเภท Y นอกจากจะทำให้ก้าวหน้า ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเราในที่ทำงานด้วยค่ะ หากเรามองดูรอบตัวเราตอนนี้จะเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไปยังมีความไม่แน่นอนสูงและยังเสี่ยงจะเป็นขาลง ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคล่าสุด ชี้ว่าต่ำสุดรอบ 4 เดือน ซึ่งความเชื่อมั่นตัวนี้ก็สะท้อนความจริงบนท้องถนนที่การจับจ่ายยังไม่ฟื้นตัวดี ผู้บริโภคหลักคือคนทำงานยังรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่มั่นคง หากโดนให้ออกจะหางานใหม่ได้หรือไม่
หากเรามองที่ภาพรวมเศรษฐกิจก็ต้องยอมรับว่า ภาวะที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็กระทบกันไปหมด การที่เราหรือแผนกของเราจะทำผลงานได้ดีตามเป้าในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวและไม่แน่นอนก็เป็นไปได้ยาก ในยามนี้จึงควรทำหน้าที่ในส่วนของเราให้ดีที่สุด แสดงความมุ่งมั่นในการทำงานแบบคนประเภท Y ออกมาให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็น
เพราะเอาเข้าจริงในมุมของเจ้าของกิจการจะให้ความสำคัญกับคนที่ทำประโยชน์ต่อองค์กรและมีประสิทธิภาพดี มุ่งมั่นชัดเจนและมีทัศนคติที่ดี ในยามนี้ก็มีแต่จะพยายามเก็บคนเหล่านี้ให้อยู่กับองค์กรนานๆ ไม่ให้หนีไปที่อื่น ถ้าบริษัทไม่จวนตัวถึงขั้นขาดทุนมากจริงๆ คงไม่มีการปลดคนออกอย่างแน่นอน
ฉะนั้นแล้วในยามที่เศรษฐกิจยังดูไม่แน่นอนอยู่แบบนี้การที่เราทำตัวให้เป็นที่รักและชื่นชอบขององค์กรด้วยการทำตัวเป็นคนประเภท Y นั้นย่อมช่วยให้เราอยู่รอดปลอดภัยมี “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดีในที่ทำงานในยามนี้ได้อย่างแน่นอนและเมื่อถึงคราวที่เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาความดีของการเป็นคน Y ในที่ทำงานก็จะช่วยส่งเสริมให้เรามีชีวิตการทำงานที่ทั้งก้าวหน้าและมั่นคงในระยะยาวด้วยค่ะ







