
นักธุรกิจสหรัฐยังมั่นใจลงทุนในไทย
สภาธุรกิจสหรัฐ- อาเซียน นักลงทุนสหรัฐมั่นใจลงทุนในไทย เผยบริษัทเวสติ้งเฮาส์สนใจลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เร่งขอแผนการลงทุนที่ชัดเจน พร้อมเดินสายพบหน่วนงานภาครัฐแก้ปัญหาการลงทุน
สภาธุรกิจสหรัฐ- อาเซียน นักลงทุนสหรัฐมั่นใจลงทุนในไทย เผยบริษัทเวสติ้งเฮาส์สนใจลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เร่งขอแผนการลงทุนที่ชัดเจน พร้อมเดินสายพบหน่วนงานภาครัฐแก้ปัญหาการลงทุน
นายศุรพงศ์ พงษ์เดชขจร เลขานุการรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือร่วมกับนายมาร์ค เมล์ลี่ รองประธานสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ว่า ในภาพรวมรวมนักธุรกิจสหรัฐอเมริกายังเชื่อมั่นที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเวสติ้งเฮาส์ สนใจจะเข้ามาลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย และยินดีที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย โดยบริษัทเวสติ้งเฮาส์พร้อมที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิเคลียร์ให้ไทย แต่ต้องการให้ไทยกำหนดแผนการลงทุนที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงว่าการลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยยังมีปัญหาเรื่องการทำความเข้าใจกับระชาชนอยู่ เนื่องจากมีหลายฝ่ายที่ยังไม่เห็นด้วย และกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลพยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนอยู่
ขณะเดียวกัน บริษัทฟอร์ดได้ชี้แจงว่ายังมีความมั่นใจลงทุนในไทยต่อเนื่อง โดยเตรียมที่จะนำแผนการลงทุนถึงปี 2555 มาเสนอนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรมอีกครั้ง และอาจจะมีการหารือเกี่ยวกับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยใน 2 ปี ข้างหน้าฟอร์ดมีแผนลงทุนในไทยเพิ่ม 450 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้ฟอร์ดลงทุนในไทยรวมทั้งหมด 2,500 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ นักลงทุนสหรัฐอเมริกาได้เสนอให้แก้ปัญหา และอุปสรรคทางการค้าที่มีอยู่ให้เหมดไป เช่น เสนอให้ลดภาษีนำเข้าสินค้าบางชนิด เรื่องการกำหนดให้ บริษัทสุราต้องติดฉลากเตือนการบริโภคสุราเหมือนฉลากบุหรี่ ซึ่งทำให้ต้องติดฉลากที่มีภาพน่ากลัวและอาจส่งผลต่อการทำตลาด โดยบริษัทบราวน์-โฟร์แมนต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการกำหนดกฎระเบียบดังกล่าว และการออกประกาศดังกล่าวทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่กำหนดให้ติดฉลากคำเตือนเป็นภาพน่ากลัว เป็นต้น
“ในภาคพรวมนักธุรกิจสหรัฐยังเชื่อมั่นการลงทุนในไทย แม้ว่าไทยจะมีปัญหาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุน ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะรับข้อเสนอของนักธุรกิจสหรัฐไปประสานกับหน่วนงานที่เกี่ยวข้อง” นายศุรพงษ์ กล่าว
นายศุรพงศ์ กล่าวว่า สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ได้นำนักธุรกิจสหรัฐที่ลงทุนในไทยจำนวน 22 บริษัท เดินทางมาไทยในวันที่ 29-30 ก.ค.2553 โดยมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงสาธารณสุข และมีกำหนดเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 30 ก.ค.2553 ซึ่งนักธุรกิจสหรัฐต้องการเข้าพบภาครัฐเพื่อนำเสนอปัญหาที่นักธุรกิจสหรัฐเจอและต้องการเสนอให้ภาครัฐไทยหาทางแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน







