posttoday
บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ลั่นโต36% ชูลงทุนกองอสังหาฯ-รีทส์รับโลกผันผวน

บลจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ลั่นโต36% ชูลงทุนกองอสังหาฯ-รีทส์รับโลกผันผวน

18 กุมภาพันธ์ 2559

บลจ.แลนด์ฯ ตั้งเป้าโต 36% มองภาวะผันผวนแนะลงทุนสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ

บลจ.แลนด์ฯ ตั้งเป้าโต 36% มองภาวะผันผวนแนะลงทุนสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า แผนงานในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าขยายมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นแตะ 7.19 หมื่นล้านบาท เติบโตประมาณ 36% จากสิ้นปี 2558 มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 5.28 หมื่นล้านบาท โดยจะเติบโตจากธุรกิจกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัทขยายสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 21.67% หรือประมาณ 8,879 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดอยู่อันดับที่ 11 ของอุตสาหกรรม โดยกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) เติบโต 3,906 ล้านบาท หรือ 17.33% กองทุนตราสารหนี้เติบโต 2,737 ล้านบาท หรือ 15.58%

นอกจากนี้ บริษัทเปิดให้บริการกองทุนส่วนบุคคลเป็นปีแรกมีมูลค่าสินทรัพย์ 1,147 ล้านบาท ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 1,843 ล้านบาท

“ด้วยความชำนาญในการบริหารกองทุนอสังหาริมทรัพย์และรีทส์ ทำให้บริษัทสามารถบริหารกองทุนรวมหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์ อย่างกองทุนเปิดแอล เอช ไทย พร็อพเพอร์ตี้ (LHTPROP) มีผลดำเนินงานโดดเด่นและได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่อเนื่อง เพราะกองทุนมีรายได้หลักมาจากค่าเช่าจึงนำจ่ายเงินปันผลให้ลูกค้าได้” นายมนรัฐ กล่าว

ทั้งนี้ กองทุน LHTPROP ให้ผลตอบแทนในปีที่ผ่านมาเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน อยู่ที่ 2.95% ย้อนหลัง 6 เดือน เฉลี่ย 5.26% และย้อนหลัง 1 ปี เฉลี่ย 13.98% ขณะที่ดัชนีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และรีทส์ อยู่ที่ประมาณ 1.98% 0.365% และ 5.64% ตามลำดับ

นายมนรัฐ กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในปีนี้ยังมีความผันผวน ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ระดับต่ำและคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่เดือน ต.ค.ขึ้นไป บริษัทจึงแนะนำการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีรายได้สม่ำเสมออย่างกองทุนอสังหาริมทรัพย์และรีทส์ เนื่องจากให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.5-6% ต่อปี จึงแนะนำพอร์ตการลงทุนในปีนี้อยู่ในกองทุนอสังหาริมทรัพย์และรีทส์ประมาณ 50% ตราสารหนี้ 30-40% และหุ้นเพียง 10%

อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 นี้บริษัทมีแผนออกกองทุนที่ลงทุนในรีทส์ภูมิภาคเอเชีย เช่น สิงคโปร์และฮ่องกง รวมทั้งออกกองทุนหุ้นต่างประเทศ โดยมองตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรปยังน่าสนใจ

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปีนี้มองกรอบดัชนีอยู่ที่ 1,200-1,400 จุด โดยคาดว่าเงินต่างชาติคงยังไม่ไหลกลับเข้ามาลงทุน ดังนั้นหุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับตัวลดลงมามากจึงเหมาะกับการซื้อขาย
เก็งกำไร ส่วนหุ้นขนาดกลางและเล็กสามารถถือลงทุนได้ระยะยาว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี