
ซีบีอาร์อีส่องอสังหาฯปี '59 ควานหาโอกาสบนความท้าทาย
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
แม้เศรษฐกิจไทยจะยังอยู่ในภาวะชะลอตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แต่บริษัท ซีบีอาร์อี ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังมีทั้งโอกาสในการลงทุนและความท้าทายที่ต้องระมัดระวังไปพร้อมๆ กัน
อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีกว่าปีที่แล้ว โดยเชื่อว่าจะอยู่ที่ 3-3.5% ตามที่ภาครัฐคาดการณ์เอาไว้ ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนของภาครัฐ และภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวดีอยู่ แม้ว่าภาคส่งออก และการลงทุนในภาคเอกชนจะยังชะลอตัวอยู่
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ความต้องการซื้อจะยังคงชะลอตัวอยู่ในตลาดกลาง-ล่าง ขณะที่ตลาดระดับบนแม้จะยังมีกำลังซื้อ แต่ขาดความเชื่อมั่นจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความผันผวนในตลาดหุ้น แต่ในขณะเดียวกันจำนวนโครงการเปิดใหม่ก็จะชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี คาดการณ์ว่า ราคาคอนโดมิเนียมใหม่ในทำเลชั้นดีใจกลางกรุงเทพฯ จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 โครงการคอนโดมิเนียมบางโครงการสามารถทำราคาได้มากกว่า 3 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) และยังคงยอดขายได้ในระดับสูง และมีแนวโน้มราคาจะสามารถขยับขึ้นไปได้ถึง 4-5 แสนบาท/ตร.ม.ในอนาคต หากมีโครงการที่สามารถในตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ ทัั้งในด้านทำเล คุณภาพ การออกแบบ มั่นใจว่าผู้ซืื้อจะยังคงยอมจ่ายราคาที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ราคาที่ดินในทำเลชัั้นดีของกรุงเทพฯ จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ยอมจ่ายเพื่อต้องการเป็นเจ้าของที่ดินที่เหมาะสมในทำเลชั้นดี โดยเชื่อว่าจะมีการสร้างสถิติการซื้อขายที่ดินใหม่เกินกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา (ตร.ว.) ภายในครึ่งแรกของปี 2559
ในปี 2559 แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี เชื่อว่ายังมีโอกาสสำหรับหลายภาคธุรกิจของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ตลาดที่พักอาศัยทัั้งตลาดรีเซลและโครงการใหม่ การลงทุนในที่ดิน ตลาดอาคารสำนักงาน ตลาดโรงแรม และตลาดโรงงานอุตสาหกรรม
สำหรับโอกาสในตลาดคอนโดมิเนียมมือสอง (รีเซล) ในอดีตที่ผ่านมา ราคาคอนโดมิเนียมเก่านั้นไม่ได้มีความเคลื่อนไหวในอัตราเดียวกับคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่ แต่จากการที่ราคาคอนโดมิเนียมใหม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสให้คอนโดมิเนียมเก่ามีราคาสูงขึ้นด้วย โดยคาดว่าจะมีราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี ขณะที่คอนโดใหม่จะมีราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6%
ด้านโอกาสในการพัฒนาโครงการอาคารสำนักงาน ปริมาณพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ในปัจจุบันมีค่อนข้างจำกัดส่งผลให้อัตราพืื้นว่างอยู่ในระดับต่ำ ค่าเช่าเพิ่มสูงขึ้น และจะเกิดการปล่อยเช่าพื้นที่ล่วงหน้า แม้ว่าเศรษฐกิจจะซบเซา แต่ความต้องการพื้นที่สำนักงานจะยังคงอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับปี 2558 ทำให้ค่าเช่ายังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 5%
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งคาดการณ์ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจากปี 2558 อยู่ที่ 29.8 ล้านคน เป็น 32 ล้านคน ตามการคาดการณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อธุรกิจโรงแรม ค้าปลีก และที่อยู่อาศัย
ขณะเดียวกันโอกาสจากการเติบโตของกลุ่มประเทศ CLMV และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ซึ่งภาพที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้คือการค้าชายแดนมีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งจะส่งให้เกิดความต้องการอสังหาริมทรัพย์ทั้งโรงแรม ค้าปลีก โรงพยาบาล ก่อนที่จะมาถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัย รวมถึงโลจิสติกส์ ที่จะเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี เชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจะยังต้องเผชิญกับความเสี่ยง ได้แก่ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้านอัตราดอกเบี้ยและภาวะเงินฝืด ด้านภาษี ด้านราคาสินค้าเกษตร ด้านเศรษฐกิจโลก และด้านการเมืองที่ยังคงต้องระมัดระวังในการลงทุนด้วยเช่นกัน







