posttoday
ร่างพรบ.กสทช.เกมผลประโยชน์ปะทุ(อีกรอบ)

ร่างพรบ.กสทช.เกมผลประโยชน์ปะทุ(อีกรอบ)

29 กรกฎาคม 2553

หลายคนที่อยู่ในการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม....

หลายคนที่อยู่ในการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม....

โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด

หลายคนที่อยู่ในการสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง “ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือเรียกสั้นๆ ว่า ร่าง พ.ร.บ.กสทช. ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่เคยถกเถียงกันเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนที่เริ่มร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2540 วนกลับมาอีกครั้ง หลังจากปรับแก้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญปี 2550

สัมมนาครั้งนี้ คณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ร่วมจัดขึ้น เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.กสทช. ที่ผ่านทั้งสองสภาแล้วมีจุดที่เห็นต่างกัน โดยเฉพาะในหลักการสำคัญ รวม 23 มาตรา ซึ่ง องอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อาจต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสองสภาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ในสมัยประชุมสภาที่จะถึงในเดือน ส.ค.นี้

ร่างพรบ.กสทช.เกมผลประโยชน์ปะทุ(อีกรอบ) ภาพประกอบข่าว

สำหรับสาระสำคัญที่เห็นแตกต่างกัน คือ ตัวคณะกรรมการองค์กรอิสระ ที่เรียกว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. ที่ยังมีองค์ประกอบของตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์เดิมเข้าไปจับจองเก้าอี้กันเช่นเคย เพราะอย่าลืมว่าทั้งสองกิจการ คือ วิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ถือเป็นธุรกิจที่มีผลประโยชน์มากนับแสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.กสทช. ฉบับวุฒิสภา ได้เพิ่มตัวแทนฝ่ายความมั่นคงเข้าไปอีก 2 คน และเพิ่มตัวแทนด้านศาสนา วัฒนธรรม หรือพัฒนาสังคมอีก 2 คน ทำให้จำนวนคณะกรรมการเพิ่มจาก 11 คนในชั้นสภาผู้แทนราษฎร เป็น 15 คน

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับตัวแทนฝ่ายความมั่นคงที่เพิ่มเข้าไป เพราะฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะกองทัพเป็นเจ้าของคลื่นความถี่จำนวนมากทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงเท่าที่ควร การให้ที่นั่งคณะกรรมการฯ แก่ฝ่ายความมั่นคง เท่ากับให้คนกลุ่มนี้เข้าไปรักษาผลประโยชน์เดิมไว้

นอกจากนี้ โดยโครงสร้างขององค์กรอิสระแห่งนี้ เป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญ ที่ไม่จำเป็นต้องมีตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ เข้าไปทำงาน เพราะมีระบบตัวแทนอยู่แล้วผ่านระบบการเมือง การเลือกตั้งผู้แทนราษฎร และองค์กรอิสระแห่งนี้ ไม่ได้มีความหมายว่าเป็นอิสระจากรัฐบาล เพราะกฎหมายกำหนดให้องค์กรอิสระ ทำหน้าที่ภายใต้นโยบายของรัฐบาล

สอดคล้องกับความเห็นของ สุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กล่าวว่า หากยังให้ตัวแทนฝ่ายความมั่นคงเข้ามาเป็นกรรมการ กสทช. การปฏิรูปสื่อคงไม่เกิดขึ้น เพราะการมีตัวแทนฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นผู้ครอบครองคลื่นความถี่เดิมไว้มากที่สุด เท่ากับผิดเจตนารมณ์อย่างยิ่งสำหรับกฎหมายนี้

“หากยึดตามร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฎร จะได้ร่าง พ.ร.บ.กสทช. ที่ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดง ได้ กสทช.ที่เป็นอิสระ ปลอดจากตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์เดิม” สุภิญญา กล่าว

ในทางตรงข้าม จำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ เห็นว่าหากยึดตามร่างสภาผู้แทนราษฎร จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบดำ เพราะมีตัวแทนของกลุ่มวิชาชีพเข้าไปน้อยมาก โดยเฉพาะมีวิทยุ 1 คน โทรทัศน์ 1 คน โทรคมนาคม 2 คน ไม่ถือเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญอย่างที่ สมเกียรติ ระบุ และถือเป็นการกีดกันวิชาชีพด้านนี้ ไม่ให้เข้าไปเป็นตัวแทน

สำหรับสมาพันธ์ฯ อยากเห็นรูปแบบการสรรหาและคัดเลือก กสทช.แบบเดียวกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ได้คนที่อยู่ในวิชาชีพจริงๆ เข้าไปทำงาน เพราะจะมีความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพเป็นอย่างดี ไม่ใช่องค์กรนักวิชาการอย่าง กสทช.

อีกประเด็นสำคัญที่เป็นเรื่องผลประโยชน์และเห็นแตกต่างกัน คือ ข้อกำหนดในบทเฉพาะกาล เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของ กสท โทรคมนาคม และทีโอที หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเดิมที่ดูแลสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ที่ต้องนำส่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายให้ กสทช. แทนที่จะเป็นกระทรวงการคลังเหมือนเดิม โดยร่างสภาผู้แทนฯ กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไว้ 1 ปี ขณะที่ร่าง สว.ขยายเวลาเป็น 3 ปี

สุขุม ชื่นมนา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กสทฯ กล่าวว่า บทเฉพาะกาลดังกล่าว ทำไมจึงไม่บังคับใช้กับรัฐวิสาหกิจอีกหน่วยงานที่ถือสัมปทานเช่นเดียวกัน คือ อสมท และมองว่ามาตรานี้ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 305 วรรค 2 ที่กำหนดเรื่องการคุ้มครองสัญญา สัมปทานเดิม เช่นเดียวกับกรณีสัมปทานช่อง 7 หรือ ช่อง 3 ที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

นี่เพียงยกแรกของการสัมมนาเรื่อง พ.ร.บ.กสทช. ที่เป็นน้ำจิ้ม ยังไม่เข้าสู่ของจริง ซึ่งไม่รู้ว่าเกมนี้จะดุเดือดขนาดไหน เพราะการรวมร่างเป็น กสทช.ครั้งนี้ เกี่ยวพันกับผลประโยชน์หลายแสนล้าน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน