
รถหรู‘สมเด็จช่วง’ผิดกม.
ดีเอสไอเผยผลตรวจรถโบราณ “สมเด็จช่วง” พบนำเข้าผิดกฎหมาย จ่อสอบเจตนาผู้ครอบครอง
ดีเอสไอเผยผลตรวจรถโบราณ “สมเด็จช่วง” พบนำเข้าผิดกฎหมาย จ่อสอบเจตนาผู้ครอบครอง
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รายงานผลการตรวจสอบรถยนต์โบราณ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขม99 ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม แล้ว เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวมีการนำเข้าผิดกฎหมาย
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานเอกสารพบว่ารถคันดังกล่าวมีการนำเข้าผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อพบว่ารถมีความผิดก็ต้องไปดูว่าผิดอย่างไร ส่วนผู้ครอบครองจะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้นจะมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่ คือพนักงานสอบสวนจะดูเจตนาของผู้ครอบครอง ซึ่งอธิบดีดีเอสไอจะเป็นคนแถลงชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในวันที่ 18 ก.พ.นี้
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์โบราณใน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ขั้นตอนการนำเข้า ซึ่งพบพยานหลักฐานที่สามารถชี้ให้เห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2.การตรวจสอบเรื่องการประกอบรถยนต์ พบมีการแอบอ้างผู้ประกอบการซึ่งไม่มีใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต รวมถึงการเสียภาษีสรรพสามิต
3.การตรวจสอบการเสียภาษี พบรถยนต์คันดังกล่าวไม่มีการเสียภาษีสรรพสามิตอย่างถูกต้อง 4.การยื่นเรื่องขอจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก พบมีการแอบอ้างปลอมลายมือชื่อ ส่วนชื่อผู้ครอบครองที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นชื่อของสมเด็จช่วง ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรายแรก
ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาว่าหลักฐานดังกล่าวสามารถบ่งชี้ได้หรือไม่ว่าผู้ครอบครองมีเจตนาครอบครองสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอในการพิจารณา ซึ่งหากชี้ได้ว่าผู้ครอบครองมีเจตนาก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตร 27 ทวิ โดยผู้กระทำความผิดสามารถขอยื่นเรื่องระงับคดีโดยการชำระค่าปรับตามกฎหมายได้ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าของอธิบดีกรมศุลากากรในการระงับคดี







