posttoday
แบงก์รัฐส่อกำไรลด

แบงก์รัฐส่อกำไรลด

17 กุมภาพันธ์ 2559

คลังสั่งแบงก์รัฐส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฯ ประเดิมก้อนแรกราว 3,000 ล้าน

คลังสั่งแบงก์รัฐส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฯ ประเดิมก้อนแรกราว 3,000 ล้าน

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือแบงก์รัฐ 4 แห่ง ที่รับเงินฝากจากประชาชน คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ จะเริ่มส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในอัตรา 0.18% ของเงินฝาก

สำหรับการนำส่งเงิน จะแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด งวดแรกภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ อัตรา 0.9% และอีก 0.9% ในสิ้นเดือน ส.ค. คิดเป็นเงินที่ส่งเข้ากองทุนครั้งละ 2,000-3,000 ล้านบาท หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท จากฐานเงินฝากแบงก์รัฐ 4 แห่ง รวม 4 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ เงินที่นำส่งเข้ากองทุนจะนำไปฝากไว้ในแบงก์รัฐเหมือนเดิม เพื่อเก็บไว้เป็นสภาพคล่องของธนาคารเนื่องจากยังไม่มีเป้าหมายในการใช้เงินที่ชัดเจนในระยะอันใกล้นี้ โดยวัตถุประสงค์หลักของการใช้เงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของแบงก์รัฐให้มีความแข็งแรงมั่นคง ส่วนใหญ่จะเป็นการใส่เงินเพื่อเพิ่มทุน แต่ขณะนี้ยังไม่มีแผนใช้เงินกองทุนเพิ่มทุนให้กับแบงก์รัฐ

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารเตรียมกันเงินเพื่อนำส่งกองทุนก้อนแรก  โดยคำนวณจากฐานเงินฝากของปีก่อนที่ระดับ 1.97 ล้านล้านบาท คิดเป็นยอดจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนรอบเดือน ก.พ. ราว 1,600 ล้านบาท และรอบครึ่งหลัง ของปีคาดว่าจะนำส่งเพิ่มเป็น 1,800 ล้านบาท

"ยอมรับว่าการนำส่งเงินสมทบ เข้ากองทุนจะกระทบกับเป้าหมายทำ กำไรทั้งปี โดยปี 2559 ธนาคารได้ลด เป้าหมายการทำกำไรเหลือ 1.8 หมื่น ล้านบาท ลดลงจากปี 2558 ที่สามารถทำกำไรได้ 2.2 หมื่นล้านบาท" นายชาติชาย กล่าว

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ในอัตรา 0.18% ต่อปี ของยอดเงินรับฝากของ 4 แบงก์ โดย ณ สิ้นปี 2558 ธนาคารออมสินมีฐานเงินฝาก 1.97 ล้านล้านบาท ธ.ก.ส.มีฐานเงินฝากที่ 1.19 ล้านล้านบาท ธอส.มีฐานเงินฝาก 7.26 แสนล้านบาท และไอแบงก์มีฐานเงินฝาก 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นเงินประเดิมก้อนแรกที่ได้จากการสมทบเข้ากองทุนนี้ของแบงก์รัฐ 4 แห่งในปีนี้ เป็นเงินรวมแล้วราว 7,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล