posttoday
แข่งซื้อข้าวสต๊อกรัฐ

แข่งซื้อข้าวสต๊อกรัฐ

16 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ห้าแยก คลองเตย

โดย...ห้าแยก คลองเตย

การเปิดให้ยื่นซองตรวจสอบคุณสมบัติข้าวสารสต๊อกรัฐบาลปริมาณ 5.7 แสนตัน แบ่งเป็นข้าวสารปริมาณ 2.04 แสนตัน ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพดีที่เปิดประมูลเป็นการทั่วไป มีผู้ยื่นซองตรวจสอบคุณสมบัติ 34 ราย และข้าวสารปริมาณ 3.6 แสนตัน โดยเป็นข้าวเกรดซีที่เปิดประมูลเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรม มีผู้ยื่นซองตรวจสอบคุณสมบัติ 17 ราย รวมทั้งหมด 51 ราย

ขั้นตอนหลังจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติและเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาในส่วนของข้าวคุณภาพดีที่เปิดประมูลเป็น
การทั่วไปในวันที่ 16 ก.พ. และข้าวเกรดซีเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในวันที่ 17 ก.พ.นี้

ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า สาเหตุที่ภาคเอกชนเข้ามายื่นซองเพื่อประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลจำนวนมาก โดยในส่วนของข้าวคุณภาพดีที่เปิดประมูลเป็นการทั่วไปนั้น สะท้อนให้เห็นว่าภัยแล้งกำลังมีผลต่อผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ของไทย โดยเฉพาะข้าวเปลือกนาปรัง 2559 ที่คาดว่าผลผลิตจะลดลงมากถึง 40-50% เหลือข้าวเปลือกนาปรังเพียงแค่ 3 ล้านตันข้าวเปลือก ลดลงจากคาดการณ์เดิมประมาณ 5 ล้านตันข้าวเปลือก

ทั้งนี้ ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการข้าวในประเทศทั้งกลุ่มโรงสี ผู้ประกอบการข้าวถุง รวมทั้งผู้ส่งออกข้าวบางราย เข้ามาร่วมประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาล เพื่อประมูลข้าวเก็บไว้เป็นสต๊อกรองรับผลผลิตที่ลดลงจากภัยแล้ง ซึ่งตลาดข้าวในประเทศนิยมข้าวเก่าอยู่แล้ว ดังนั้นข้าวสต๊อกรัฐบาลเป็นข้าวเก่าก็สามารถนำมาปรับปรุงผสมกับข้าวใหม่และทำตลาดในประเทศได้

“การแข่งขันทางด้านราคาของข้าวที่ประมูลเป็นการทั่วไป คาดว่าจะมีการเสนอราคา 10 บาท/กิโลกรัม (กก.) ขึ้นไป ซึ่งราคาข้าวใหม่ในตลาดปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 12.20 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ม.ค.ที่ราคาข้าวในตลาดอยู่ที่ 11.50-11.80 บาท/กก. ถือเป็นราคาที่น่าจะมีการแข่งขันกันสูง” ชูเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจำนวนผู้เข้าร่วมประมูลข้าวเพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในรอบนี้มาก เนื่องจากปริมาณข้าวที่รัฐบาลนำมาเปิดระบายรอบนี้มากถึง 3.6 แสนตัน แตกต่างจากครั้งก่อนที่นำข้าวมาเปิดประมูลแค่หลัก 3.7 หมื่นตันเท่านั้น

อีกทั้งรอบนี้มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูล เนื่องจากข้าวที่นำมาระบายเป็นข้าวเกรดซีจึงเปิดให้อุตสาหกรรมทั่วไป ซึ่งรวมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เข้าร่วมประมูล แตกต่างจากรอบก่อนที่นำข้าวเสียเป็นฝุ่นผงที่ให้อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภคทั้งคนและสัตว์เข้าร่วมประมูลเท่านั้น จึงถือเป็นการเปิดกว้างที่มากกว่ารอบก่อน

ขณะที่ พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ทางสมาชิกสมาคมได้เข้าไปดูคุณภาพข้าวสต๊อกรัฐบาลแล้ว ยืนยันว่าสามารถนำข้าวมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ได้ โดยแต่ละปีอุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีความต้องการใช้ปลายข้าวในการผลิตประมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งข้าวสต๊อกรัฐบาลสามารถรองรับกับความต้องการนี้ได้

ส่วนราคาแข่งขันก็คงต้องขึ้นอยู่กับแต่ละรายว่ามีค่าดำเนินการเท่าไหร่ โดยปกติอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จะเข้าไปซื้อปลายข้าวมาผลิตก็อยู่ในราคาตลาดประมาณกิโลกรัมละ 8-9 บาท/กก. ขึ้นอยู่กับคุณภาพเป็นหลัก

“อุตสาหกรรมอาหารสัตว์จะเสนอราคาที่ดีในการยื่นประมูลหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละราย ถามว่าได้เปรียบอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่แข่งด้วยหรือไม่ เช่น อุตสาหกรรมเอทานอล ตรงนี้มองเป็นเรื่องของการแข่งขัน หากอุตสาหกรรมไหนเสนอราคาต่ำกว่าคนที่เสนอสูงกว่า คนที่สูงกว่าก็ต้องเป็นผู้ชนะ” พรศิลป์ ระบุ

ผลกระทบจากภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง ทำให้การประมูลข้าวในรอบนี้ดูคึกคัก และเชื่อว่าน่าจะมีการแข่งขันราคาเพื่อแย่งชิงข้าวสต๊อกรัฐในรอบนี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน