
หนี้สาธารณะไทย เริ่มทะลุ 6 ล้านล้าน
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
กระทรวงการคลัง โดยสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยตัวเลขหนี้สาธารณะของไทยสิ้นเดือน ธ.ค. 2558 มียอดสุทธิ 6,005,124.74 ล้านบาท คิดเป็น 44.36% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 2.93 หมื่นล้านบาท
ธีรัชย์ อัตนวานิช รองผู้อำนวยการ สบน. ระบุว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะและสัดส่วนต่อจีดีพีเป็นตัวเลขจริง เพราะ สบน.ใช้ตัวเลขจีดีพี 12.53 ล้านล้านบาท ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา จากก่อนหน้าจะใช้ตัวเลขจีดีพีประมาณการ ซึ่งไม่แตกต่างจากตัวเลขจริงมากนัก
สำหรับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น มาจากการก่อหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 3.13 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 5.71 หมื่นล้านบาท โดยมียอดสะสมเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลปีงบประมาณ 2559 ไปแล้ว 2.65 แสนล้านบาท จากวงเงินกู้เพื่อการขาดดุลที่ตั้งไว้ 3.9 แสนล้านบาท เป็นการกู้เพื่อขาดดุลจำนวนมาก เพื่อรองรับการเร่งเบิกจ่ายของรัฐบาลเในการ
กระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ทำการชำระหนี้คืน 4.77 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ หนี้ของรัฐที่เพิ่มขึ้นยังมาจากการกู้เงินเพื่อการลงทุน จำนวน 6,780 ล้านบาท โดยเป็นกู้เงินบาทเพื่อทดแทนเงินกู้ต่างประเทศ 5,200 ล้านบาท และกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ 1,570 ล้านบาท แบ่งเป็นให้กู้ต่อการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 1,300 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีเขียว และสายสีม่วง การรถไฟแห่งประเทศไทย 174.85 ล้านบาท และกรมทางหลวง 4.54 ล้านบาท
ด้านหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คือ 323 ล้านบาท เนื่องจากผลของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้หนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น 3,966 ล้านบาท แต่กระทรวงการคลังได้ชำระเงินกู้ต่างประเทศมากกว่าการเบิกจ่าย ทำให้หนี้ลดลง 3,643 ล้านบาท
ทั้งนี้ หนี้สาธารณะล่าสุดจำแนกได้เป็น หนี้ของรัฐบาล 4.41 ล้านล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน 1.04 ล้านล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน 5.32 แสนล้านบาท และหนี้ของหน่วยงานรัฐ 1.74 หมื่นล้านบาท โดยแยกเป็นหนี้ในประเทศ 5.65 ล้านล้านบาท หรือ 94.17% ของหนี้ทั้งหมด และหนี้ต่างประเทศ 3.5 แสนล้านบาท หรือ 5.83% และเป็นหนี้ระยะยาว 5.66 ล้านล้านบาท หรือ 94.30% หนี้ระยะสั้น 3.42 แสนล้านบาท หรือ 5.70%
ธีรัชย์ กล่าวว่า บทบาทของภาครัฐในการใช้จ่ายและการลงทุนยังเป็นบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ฟื้นตัวได้ เนื่องจากการส่งออกของไทยยังมีปัญหาขยายตัวได้ต่ำ ซึ่งแหล่งเงินทุนสำคัญที่จะมาสนับสนุนการใช้จ่ายลงทุนของภาครัฐ จะมาจากการกู้เงิน โดย สบน.ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมารัฐบาลและรัฐวิสาหกิจยังมีการกู้เงินเพื่อลงทุนเป็นไปตามแผน การเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2559 ยังเป็นไปตามเป้าหมาย
ในด้านการเบิกจ่ายงบลงทุนเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการน้ำและถนน วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ขณะนี้เบิกจ่ายแล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยไตรมาสแรกปีนี้จะเบิกจ่ายได้อีก 1.03 หมื่นล้านบาท ที่เหลือจะทยอยเบิกจ่ายไปจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งถือว่าเบิกจ่ายได้เร็ว เพราะเป็นโครงการลงทุนขนาดเล็ก
นอกจากนี้ สบน.ยังติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม. ซึ่งผลการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ สบน.ก็จะเร่งปรับแผนงานเงินกู้เพื่อใช้ในโครงการทันที
ธีรัชย์ กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานให้ทราบว่าสภาพคล่องในระบบการเงินมีจำนวน 1.2 ล้านล้านบาท ยังกู้เพื่อลงทุนได้อีกมาก โดยปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจกู้เงินใหม่จำนวน 6 แสนล้านบาท ทำให้ยังมีสภาพคล่องยังเหลืออีกจำนวนมาก







