
สายการบินแจงมีแผนฉุกเฉินรองรับกรณีขึ้นบินไม่ได้อยู่แล้ว
สายการบินชี้ส่วนใหญ่มีแผนฉุกเฉินกับสายการบินพันธมิตรไว้ช่วยเหลือกรณีขึ้นบินไม่ได้อยู่แล้ว เผยยังขาดแคลนนักบิน
สายการบินชี้ส่วนใหญ่มีแผนฉุกเฉินกับสายการบินพันธมิตรไว้ช่วยเหลือกรณีขึ้นบินไม่ได้อยู่แล้ว เผยยังขาดแคลนนักบิน
นายวรเนติ หล้าพระบาง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ เปิดเผยภายหลังประชุมที่กระทรวงคมนาคมว่า ปกติสายการบินจะมีแผนฉุกเฉินเอาไว้อยู่แล้ว ซึ่งก็จะนำแผนนี้ส่งให้ตามที่กระทรวงคมนาคมขอ โดยเบื้องต้นสายการบินจะมีความร่วมมือกันอยู่แล้วกับสายการบินอื่นๆ เพื่อรองรับกรณีที่เครื่องขึ้นบินไม่ได้ มีการตกลงราคาระหว่างกันเพื่อรองรับการโอนถ่ายผู้โดยสารไป หรือทำข้อตกลงราคากันไว้สำหรับให้เช่าเครื่องบิน ซึ่งในกรณีเหตุการณ์ของนกแอร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ทางไทยสมายล์ ก็ได้ให้เช่าเครื่องบินไปทั้งหมด 5 เที่ยวบิน ขณะที่การบินไทยก็ให้เช่าเครื่องบินไป 3 เที่ยวบิน และไทย ไลอ้อน แอร์ ให้เช่าไป 2 เที่ยวบิน
นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ สายการบินเจ็ท เอเซีย แอร์เวย์ส กล่าวว่า สายการบินจะมีการทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับสายการบินอื่นเอาไว้ เพื่อเช่าเครื่องบินมาบินแทนกรณีที่เครื่องบินของเจ็ท เอเชียบินไม่ได้ โดยกรณีเป็นเที่ยวบินในอินโดนีเซีย ได้เอ็มโอยูไว้กับคูเวต แอร์ กรณีเป็นเที่ยวบินในไทย ทำข้อตกลงไว้กับบางกอก แอร์เวย์ส หลังจากนี้ก็อาจทบทวนทำข้อตกลงกับสายการบินอื่นเพิ่มเติมอีก
นายนคร ลอยเวหา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบิน สายการบิน อาร์ แอร์ไลน์ กล่าวว่า ต่อไปแต่ละสายการบินอาจจะต้องมีเอ็มโอยูกับสายการบินอื่นเพื่อโอนถ่ายผู้โดยสารกรณีบินไม่ได้ เป็นการทำโดยสมัครใจ ซึ่งที่ผ่านมาอาร์ แอร์ไลน์ ก็มีทำข้อตกลงไว้อยู่แล้ว และอีกหลายสายการบินก็ทำข้อตกลงร่วมกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมา อาร์ แอร์ไลน์ ก็เคยช่วยให้เช่าเครื่องบินบินแทนซิตี้ แอร์ กรณีเกิดเหตุเครื่องบินเสียที่ภูเก็ต
แหล่งข่าวจากวงการการบิน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดกับนกแอร์ถือเป็นปัญหาหนักกรณีตัวอย่าง ซึ่งน่าจะทำให้ต้องกลับมาทบทวนเรื่องจรรยาบรรณของนักบินด้วย เพราะนักบินไม่ควรจะนำผู้โดยสารเป็นเครื่องต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง นอกจากนี้ยังมองอีกว่า เหตุประท้วงของนกแอร์น่าจะเป็นปัญหาการบริหารภายในองค์กรมากกว่าจะมีสาเหตุหลักจากการอยู่ระหว่างยกระดับมาตรฐานการบิน เพราะการยกระดับสายการบินให้ได้มาตรฐานหน่วยงานตรวจเช็คมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ตามที่นกแอร์ชี้แจงนั้น เป็นมาตรฐานสำหรับองค์กรไม่ได้มาประเมินตัวนักบินรายบุคคล โดยจะประเมินมาตรฐานจากวิธีอบรมนักบินของสายการบินนั้น ถ้าสายการบินผ่านมาตรฐานไอโอซ่าแล้วนักบินไม่ได้มาตรฐาน บริษัทก็ต้องไม่ให้นักบินคนนั้นบิน
ทั้งนี้ในอุตสาหกรรมการบินขาดแคลนนักบินอยู่ เพราะสายการบินรับเครื่องบินลำใหม่เข้ามามาก แต่ละลำต้องการนักบินประมาณ 10 คนต่อลำ เกิดการดึงตัวจากสายการบินอื่นที่ใช้เครื่องบินแบบเดียวกัน เมื่อเป็นลักษณะนี้ก็เป็นแรงกดดันให้สายการบินต้องเร่งฝึกกัปตันขึ้นมาทำหน้าที่เร็วขึ้น จากเดิมอาจใช้เวลา 8 ปีเป็นนักบินผู้ช่วยกว่าจะได้ขึ้นมาเป็นกัปตัน ก็อาจเหลือแค่ 4 ปีก็ขึ้นมาเป็นกัปตันแล้ว หากเป็นการฝึกที่ไม่พร้อม ผลักดันนักบินผู้ช่วยเป็นกัปตันเร็วเกินไปก็อันตรายต่อธุรกิจการบิน







