posttoday
ธุรกิจรีเทลไฟแนนซ์ยังไปได้ดี

ธุรกิจรีเทลไฟแนนซ์ยังไปได้ดี

16 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

ในท่ามกลางเศรษฐกิจและสินเชื่อที่ยังฟื้นตัวช้าในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา แต่ผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มรีเทลไฟแนนซ์หลายตัวกลับทำได้ดีเกินคาด บางบริษัทสามารถขยายสินเชื่อได้ทำให้รายได้ดอกเบี้ยรับสูงขึ้น บางบริษัทที่ไม่สามารถขยายสินเชื่อได้ แต่ปรับตัวโดยหันไปหาผลิตภัณฑ์หรือตลาดที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น

นอกจากนี้ ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในตลาด ทำให้หลายบริษัทยังได้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้าง ในสัปดาห์นี้ดิฉันขอเล่าถึง LIT (บริษัทลีซ อิท) และ GL (บริษัท กรุ๊ปลีส) ที่นักวิเคราะห์ของเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมขึ้น

ส่วน MTLS (บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง) ที่ยังประกาศผลประกอบการ เชื่อว่ากำไรมีโอกาสสูงกว่าที่ตลาดคาด และเชื่อว่าได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยต่ำมากที่สุดกว่าหุ้นไฟแนนซ์อื่นๆ จากการมีเงินกู้ระยะสั้นในสัดส่วนที่สูงกว่าคู่แข่งรายอื่นมาก จึงสามารถปรับโครงสร้างทางการเงินได้ด้วยต้นทุนการกู้ยืมใหม่ที่ต่ำกว่า 4% ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังขยับสูงขึ้นได้อีก 

กำไรไตรมาส 4 ดีกว่าคาด

LIT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2558 ดีกว่าคาดที่ 21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 57.5% เมื่อเทียบปีต่อปี ดีกว่าไตรมาส 3/2558 ที่เป็น High Season จากรายได้ดอกเบี้ยที่มากกว่าที่เราคาด ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจการให้สินเชื่อ Factoring ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสและ 53.7% เมื่อเทียบปีต่อปีมาจากรายได้ทั้งสองส่วน ได้แก่ รายได้ดอกเบี้ย ซึ่ง +23% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ +78.4% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย +20.5% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ +125.6% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเกิดจากการให้สินเชื่อ Bid Bond รายได้ Front-end-fee ตามลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่มขึ้น และบริการใหม่ของบริษัท ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินงานในช่วงปลายปีคือให้บริการสินเชื่อ L/C

High-yield loan มากขึ้น

เงินให้สินเชื่อในไตรมาส 4/2558 ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าที่ราว 1,000 ล้านบาท เพราะส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของสินเชื่อระยะสั้น แต่สินเชื่อทั้งปี 2558 เติบโตถึง 30% โดยมีการกระจายตัวไปยังสินเชื่อกลางน้ำ ซึ่งมีอัตรากำไรมากกว่าสินเชื่อปลายน้ำ รวมถึงการกระจายฐานลูกค้าจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้ Yield ปรับขึ้นเป็น 15.2% จาก 13.0% ในไตรมาสก่อน ทั้งนี้บริษัทมีการตั้งสำรองที่เข้มงวดมาตลอดทั้งปี ทำให้ ณ สิ้นปีที่ผ่านมา มีการตั้งสำรองหนี้สูญรวมที่ 2.68% ของสินเชื่อรวม มากกว่าเป้าของบริษัทที่ 2.5% แล้ว

เพิ่มราคาเหมาะสม LIT

นักวิเคราะห์ของเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ขึ้นเป็น 91.5 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 30% จากปีก่อน จากสินเชื่อ Factoring ที่เติบโตดีกว่าคาดและรายได้ค่าธรรมเนียมของสินเชื่อต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นในอัตรารุก ส่วนแผนงานตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป จะเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเพราะบริษัทมีแผนขยายไปสู่ธุรกิจอื่นในกลุ่มการเงิน ซึ่งรวมถึงการเปิดสาขาในต่างจังหวัดและการซื้อกิจการ เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปีนี้ขึ้นเป็น 10 บาท

GL กำไรดีกว่าคาดเช่นกัน

GL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/2558 ที่ 193 ล้านบาท มากกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ถึง 20% จากรายได้อื่นที่มากกว่าคาด ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้ โดยได้ตัดจำหน่ายหนี้สูญไปแล้ว รวมถึงดอกเบี้ยรับจากบริษัทย่อยในต่างประเทศ ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิชะลอเล็กน้อย -3% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ -2% เมื่อเทียบปีต่อปี ตามชะลอตัวของสินเชื่อ ซึ่งค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบปีต่อปี และเทียบไตรมาสต่อไตรมาส แต่ Spread ยังสูงที่ 27% ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2558 ทำได้ 583 ล้านบาท โตก้าวกระโดด 395% เมื่อเทียบปีต่อปี ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศกัมพูชา และค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญและการขาย NPA ที่ลดลง

เพิ่มประมาณการ GL

GL ประกาศปรับโมเดลธุรกิจจากการเป็นผู้ให้สินเชื่อรถจักรยานยนต์สู่การเป็น Digital Finance ภายใต้ชื่อ GL E-Finance รูปแบบคือนอกจากการให้สินเชื่อเช่าซื้อหรือสินเชื่อทางการเงินอื่นแก่ผู้บริโภคแล้ว จะให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ (Supplier) รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินครบวงจร ซึ่งเป็นที่มาของรายได้ดังกล่าว กำไรสุทธิในปีนี้ที่เราคาดไว้ 930 ล้านบาท เติบโต 60% จากปีก่อน น่าจะต้องปรับขึ้น เช่นเดียวกับราคาเหมาะสมที่ต้องปรับขึ้นเช่นกัน ยังคงเป็นหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์อีกตัวหนึ่งที่เราชอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท