
เวฟฯลุยซื้อกิจการ
เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ แย้มแผนเดินหน้าซื้อกิจการร้านอาหาร การศึกษา ขยายฐานธุรกิจไลฟ์สไตล์
เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ แย้มแผนเดินหน้าซื้อกิจการร้านอาหาร การศึกษา ขยายฐานธุรกิจไลฟ์สไตล์
นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับธุรกิจไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบันเทิง ซึ่งปัจจุบันยังคงสร้างรายได้หลักให้กับบริษัทคิดเป็นอัตราส่วนมากกว่า 50% ส่วนที่เหลืออีกกว่า 40% เป็นรายได้ที่มาจากธุรกิจร้านอาหารภายใต้แบรนด์เจฟเฟอร์ และธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาวอลล์สตรีท
อย่างไรก็ดี ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อธุรกิจร้านอาหารและการศึกษาอีกหลายราย เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยในส่วนของธุรกิจร้านอาหารบริษัทมีความสนใจที่จะซื้อกิจการอีกประมาณ 3-4 แบรนด์ หนึ่งในประเภทที่ให้ความสนใจจะเข้าไปซื้อกิจการ คือ ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด
“เราตั้งบริษัท เวฟ ฟู้ด กรุ๊ป ขึ้นมาก็เพื่อทำหน้าที่ซื้อกิจการในธุรกิจร้านอาหารโดยเฉพาะ ซึ่งร้านเจฟเฟอร์ ถือเป็นร้านอาหารแบรนด์แรกที่บริษัท เวฟ ฟู้ด กรุ๊ป ได้เข้าไปซื้อกิจการ 100% เมื่อเดือน ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ภายใต้เม็ดเงิน 630 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของธุรกิจร้านอาหารที่บริษัทสนใจจะเข้าไปซื้อกิจการจะต้องเป็นธุรกิจที่บริษัทเข้าไปเป็นเจ้าของ เป็นธุรกิจที่มีกำไรและสามารถขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ได้” นายแมทธิว กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะซื้อกิจการร้านเจฟเฟอร์ บริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ 50% จากบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คิดเป็นเม็ดเงิน 450 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับขาธุรกิจบันเทิง เนื่องจากบริษัท อินเด็กซ์ฯ เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพหลายด้าน ส่วนธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาวอลล์สตรีทก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งบริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้เข้าไปถือหุ้น 100% คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 800 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจไลฟ์สไตล์
นายแมทธิว กล่าวอีกว่า ธุรกิจไลฟ์สไตล์ถือเป็นธุรกิจที่มีความละเอียดอ่อนมากกว่าธุรกิจบันเทิง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใช้คนจำนวนมาก ดังนั้นการจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จจึงต้องเข้าไปดูแลด้วยตัวเอง ซึ่งหลังจากบริษัทหันมาขยายธุรกิจไลฟ์สไตล์มากขึ้น คาดว่าภายใน 5 ปีนับจากนี้สัดส่วนรายได้ของธุรกิจไลฟ์สไตล์และบันเทิงจะอยู่ที่ 50:50 อย่างแน่นอน ส่วนเป้าหมายจะมีรายได้อยู่ที่เท่าไหร่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ แต่มั่นใจว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุกปี
สำหรับรายได้รวมในปี 2558 ที่ผ่านมามีมูลค่าอยู่ที่กว่า 2,000 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของธุรกิจบันเทิง ซึ่งมีอินเด็กซ์ฯ ทำหน้าที่ในด้านของงานอีเวนต์ และธุรกิจบันเทิงอื่นๆ ขณะที่บริษัท ไอ เวฟ ก็จะทำหน้าที่ผลิตงานคอนเสิร์ต และเวฟ ทีวี จะผลิตละครให้กับช่อง 3
ขณะที่ธุรกิจไลฟ์สไตล์อย่างร้านเจฟเฟอร์ ก็มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 15 สาขา จากปัจจุบันมีจำนวนร้านเปิดให้บริการทั้งหมด 79 สาขา และโรงเรียนสอนภาษาวอลล์สตรีทก็จะขยายสาขาเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 สาขา จากปัจจุบันมี 9 สาขา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจ ซึ่งแนวทางการบริหารงานดังกล่าวบริษัทได้วางงบลงทุนระยะยาว 5 ปีไว้ที่ 1,500 ล้านบาท







