
คมนาคมสั่งสายการบินทำแผนฉุกเฉินส่งภายใน 1 เดือน
รมช.คมนาคมสั่ง สายการบินทำแผนฉุกเฉิน-แผนบริหารความเสี่ยงส่งภายใน 1 เดือน หลังเหตุนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน
รมช.คมนาคมสั่ง สายการบินทำแผนฉุกเฉิน-แผนบริหารความเสี่ยงส่งภายใน 1 เดือน หลังเหตุนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับสายการบินทั้งในและต่างประเทศจำนวน 13 สายการบินโดยไม่มีตัวแทนของสายการบินนกแอร์ ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบและป้องกัน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกรณีนกแอร์ยกเลิก 9 เที่ยวบินวันที่ 14 ก.พ. 2559 โดยได้เรียกสายการบินทั้งในและต่างประเทศประชุม โดยมีสายการบินที่เข้าร่วมทั้งสิ้น 13 สายการบิน แต่ไม่มีตัวแทนสายการบินนกแอร์ โดยแจ้งมาว่ามีการประชุมภายในของบริษัท ซึ่งที่ประชุมได้ขอให้สายการบินจัดทำแผนฉุกเฉิน รวมทั้งแผนบริหารความเสี่ยงของแต่ละสายการบิน และส่งมาให้กระทรวงคมนาคมภายใน 1 เดือน โดยย้ำว่า ทุกกรณีที่เกิดขึ้นทางสายการบินจะต้องมีผู้ที่สามารถตัดสินใจบริหารจัดการแก้ไขปัญหาได้ทั้งต้นทางและปลายทาง
ทั้งนี้ ในอนาคตทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะลิงค์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของทุกสายการบิน เพื่อทำการตรวจสอบเหตุผิดปกติล่วงหน้าด้วย พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้แจ้งให้สายการบินทั้งหมดทราบถึงประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องการคุ้มครองสิทธิผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทย ในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ.2553 และให้สายการบินนกแอร์ส่งคำชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาภายใน 3 วัน(เวลาราชการ)
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยืนยันว่ายังไม่สามารถชี้ความผิดของสายการบินนกแอร์ได้ ต้องรอให้ทำเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามาก่อน และอาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
"เหตุการณ์ยกเลิกเที่ยวบินบ่ายวันที่ 14 ก.พ. 2559 นั้น เกิดขึ้นนาน แต่ไม่มีผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจแจ้งผู้โดยสารได้ว่าเกิดอะไรขึ้น กว่าผู้โดยสารจะทราบก็เป็นช่วงเย็นที่ผู้โดยสารเริ่มเหนื่อย และรอคำตอบว่าสายการบินนกแอร์จะทำอะไร อย่างไร ฉะนั้น เรื่องนี้ซีอีโอจะต้องรับผิดชอบ ไม่หนีปัญหา และต้องชี้แจงให้ผู้โดยสารทราบปัญหา"นายออมสิน กล่าว
นางอัมพวัน วรรณโก รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า หากสายการบินยกเลิกเที่ยวบินและไม่ปฏิบัติตามประกาศกฎกระทรวงคมนาคมฯ ในครั้งแรกจะต้องได้รับโทษตักเตือน หากเกิดเหตุซ้ำสอง ทางกพท.จะ เสนอให้รมว.คมนาคมพักใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (AOL) และหากเกิดเหตุครั้งที่ 3 จะยกเลิกใบ AOL ซึ่งกรณีสายการบินนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินจะต้องปฏิบัติ อาทิ จัดอาหารและเครื่องดื่ม จัดที่พัก จ่ายเงินตอบแทนผู้โดยสาร 1,200 บาท ซึ่งในการจ่ายเงินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามหลักปฏิบัติของประกาศกระทรวงคมนาคมฯ หากไม่ทำตามประกาศจะมีความผิดปรับไม่เกิน 20,000บาท หากมีความผิดต่อเนื่องปรับอีกวันละ 1,000 บาท
เมื่อถามว่าสาเหตุที่แท้จริงของสายการบินนกแอร์ เกิดจากการสไตรล์ของนักบิน มาตรฐานทางการบิน หรือนักบินลาป่วยกะทันหันนั้น จริงๆ แล้วเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะไม่ตรงกัน นายออมสิน กล่าวว่า คงต้องรายงานไปยังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีก่อน เมื่อตัวแทนของสายการบินนกแอร์ไม่มาต้องรายงานให้รองนายกรัฐมนตรีทราบ และจะนำเรื่องรายงานในที่ประชุมครม. เนื่องจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สนใจเรื่องนี้เช่นกัน ส่วนเรื่องสาเหตุที่แท้จริงต้องรอนกแอร์ชี้แจงเข้มาก่อน
สำหรับแผนการบินในวันที่ 16 ก.พ.นั้น นางอัมพวัน กล่าวว่า ทราบว่าสายการบินนกแอร์วางแผนที่จะเช่าเครื่องบินมาให้บริการกับผู้โดยสาร
เมื่อถามว่า นกแอร์อ้างว่ามีปัญหาเรื่องเอียซ่า นางอัมพวัน กล่าวว่า คงไม่น่าจะใช่ปัญหาเอียซ่า แต่เป็นปัญหาการบริหารจัดการโครงสร้างของเขาซึ่งจะต้องทำให้เป็นไปตามมาตรฐาน ระหว่างชี้แจงนั้น นายออมสิน ได้กล่าวด้วยว่า เรื่องการชี้แจงของสายการบินนกแอร์ ทางกระทรวงคมนาคมจะไม่ลงไปถึงตัวนักบิน แต่จะหารือกับผู้บริหารสายการบินโดยตรง หากสายการบินนกแอร์ทำผิด เพราะนักบินผิด กระทรวงคมนาคมจะจัดการกับสายการบินนกแอร์ ไม่ใช่ไปทำอะไรกับนักบิน เพราะเรื่องนักบิน เป็นเรื่องที่สายการบินต้องไปดูแลกันเอง
“เราจะไม่ดำเนินการกับลูกจ้างบริษัท แต่เราจะดำเนินการกับเจ้าของบริษัท”นายออมสิน กล่าว
นางอัมพวัน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กพท. ยังไม่ข้อมูลจากนักบิน แต่รับฟังข้อมูลจากบริษัทอย่างเดียว ฉะนั้น ต้องรับฟังความเห็นจากอีกฝั่งด้วย แต่การกระทำเช่นนี้มีผลต่อการออกใบอนุญาตอยู่แล้ว และไม่เกี่ยวกับมาตรฐานการบินแต่อย่างใด
นายออมสิน กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้รับคำชี้แจงจากสายการบินนกแอร์ แต่ตนเห็นว่า หากจะเกี่ยวกับเอียซ่าต้องเกี่ยวข้องกับสายการบินที่จะบินเข้ายุโรปหรือสายการบินที่มีโค้ดแชร์เข้ายุโรปจึงต้องปฏิบัติตามกฎเอียซ่า แต่ก็ไม่ได้ห้ามสายการบินที่จะนำกฎกติกาของเอียซ่ามาใช้เป็นการภายใน
“ขอให้สายการบินต่างๆ ร่วมมือและประสานงานกัน และไม่อยากเห็นว่า หากมีสายการบินเอได้รับความเดือดร้อน และไม่มีสายการบินช่วยเหลือ ซึ่งในวันที่ 15 ก.พ. สายการบินนกแอร์ได้รับความช่วยเหลือจากสายการบินอื่น ให้บริการแทนถึง 10 ไฟล์ท จึงอยากเห็นความร่วมมือของทุกสายการบิน มิฉะนั้นความเดือดร้อนจะตกอยู่กับผู้โดยสาร และหากผู้โดยสารได้รับความเดือนร้อนสามารถแจ้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ” นายออมสิน กล่าว
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้กำชับไปว่ากระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งจัดการปัญหานี้โดยเร็ว หากสายการบินไหนทำให้ผู้โดยสารหมดความน่าเชื่อถือ และมั่นใจที่จะเดินทาง ต่อไปผู้โดยสารก็จะเป็นผู้ตัดสินเองว่าจะใช้บริการต่อหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มั่นใจว่าสายการบินนกแอร์จะแก้ไขปัญหาได้ และจะไม่กระทบต่อธุรกิจการบินในภาพรวมทั้งระบบ เนื่องจากเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินสากล
ส่วนกรณีที่ผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อนต้องตกค้างที่สนามบินจำนวนมากนั้น ผู้บริหารสายการบินกแอร์ต้องจัดการแก้ปัญหาให้ได้และต้องไม่ให้เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นอีก ซึ่งหากสายการบินนกแอร์จัดการเรื่องนี้ไม่ได้ ทำไม่ดี ในอนาคตก็จะไม่มีใครเข้ามาใช้บริการนกแอร์อีก







