posttoday
IR เครื่องมือสร้างมูลค่าของ CEO

IR เครื่องมือสร้างมูลค่าของ CEO

29 กรกฎาคม 2553

...สุรพล บุพโกสุม

ในแวดวงตลาดทุน หนึ่งในหลายๆ เรื่องที่เรามักได้ยินผู้บริหารบ่นกันอยู่เสมอ คือ ทำไมราคาหุ้นของบริษัทของตนถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทั้งๆ ที่ผลประกอบการก็ดีมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งฐานะการเงินก็แข็งแกร่งมาโดยตลอด ผู้บริหารบางท่านอาจเลือกที่จะไม่ดำเนินการใดๆ ต่อ เพราะเชื่อมั่นว่าถ้าบริษัทของเราดีจริง สักวันหนึ่งจะต้องมีคนตาถึงมองเห็น แล้วราคาหุ้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเองในที่สุด แต่ก็มีผู้บริหารอีกกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่า แนวทางดังกล่าวอาจยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

เมื่อวันพุธที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดงาน CEO Dinner Talk โดยได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์กันในหัวข้อ “How CEO can utilize IR to maximize corporate value” ซึ่งข้อคิดที่ได้จากการพูดคุยในวันนั้นทำให้เห็นว่า จริงๆ แล้วเครื่องมือสำคัญตัวหนึ่งที่จะช่วยให้ราคาหุ้นของบริษัทสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงได้ ก็คือ การดำเนินงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) อย่างจริงจังนั่นเอง

บริษัทหลายแห่งอาจมีแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่ดี แต่ขาดการสื่อสารข้อมูลนี้ออกไป จึงเป็นไปได้ยากที่คนภายนอกจะสามารถรับรู้และเข้าใจถึงศักยภาพที่มีของบริษัท ประเด็นนี้ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองไว้ว่า การมีกลยุทธ์ที่ดี จะช่วยให้บริษัทมีมูลค่าเพิ่มได้เพียงแค่ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าเพิ่มเรื่องการสื่อสารที่ดีเข้าไปอีกด้วย จะช่วยให้บริษัทได้มูลค่าเพิ่มอีกครึ่งที่เหลือ พูดง่ายๆ ก็คือ บริษัทต้องมีทั้งกลยุทธ์ที่คม และการสื่อสารที่ชัดนั่นเอง

นอกจากประโยชน์ที่เราเห็นจากการที่ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงแล้ว งาน IR ยังสามารถช่วยบริษัทได้อีกหลายทางด้วยกัน ซึ่งประโยชน์เหล่านี้พวกเรามักจะมองข้ามไปกอบบุญ ศรีชัย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความเห็นในประเด็น นี้ไว้ว่า การที่ผู้บริหารได้ออกไปพบปะกับนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยเปิดโอกาสให้เห็นมุมมองจากภายนอก ทำให้เราเห็นว่าคนนอกคิดกับบริษัทเราอย่างไร

โดยปกติเรามักจะเข้าใจว่า การพบปะกับนักวิเคราะห์และนักลงทุน บริษัทจะต้องเป็นฝ่ายที่ให้ข้อมูลแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่จริงๆ แล้วเราสามารถสอบถามมุมมองที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนมีต่อบริษัทของเราได้ เราต้องไม่ลืมว่า นักวิเคราะห์และนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ได้ทำการศึกษาข้อมูลทั้งเรื่องแนวโน้มของอุตสาหกรรมและศักยภาพของคู่แข่งของบริษัทเรามาอย่างละเอียด นี่จึงเป็นโอกาสอันดีในการที่จะได้รู้ว่าบริษัทเรามีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไร และในสายตาของคนนอกเขายังมีเรื่องอะไรติดใจหรือไม่ จึงยังไม่เลือกลงทุนในบริษัทของเรา

ผู้บริหารที่ดูแลงาน IR สามารถที่จะนำความเห็นต่างๆ เหล่านี้มาบอกเล่าให้คณะผู้บริหารและคณะกรรมการของบริษัทได้รับทราบ อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปรับแผนธุรกิจให้มีความเหมาะสมมากขึ้น รวมทั้งยังอาจช่วยในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้อีกด้วย

มาถึงตรงนี้ ก็จะมีคำถามยอดฮิตตามมาอีกว่า นักวิเคราะห์และนักลงทุนโดยทั่วไปมักจะให้ความสนใจแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นบริษัทขนาดกลางถึงขนาดเล็กก็มักจะไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่ ทำอย่างไรบริษัทที่ยังไม่ใหญ่มากจึงจะอยู่ในสายตาของนักลงทุนและนักวิเคราะห์ รวมทั้งหากบริษัทยังไม่เคยดำเนินงาน IR อย่างจริงจังมาก่อน ควรจะเริ่มต้นอย่างไรจึงประสบผลสำเร็จ ติดตามคำตอบเหล่านี้ได้ในบทความตอนต่อไปครับ

สนใจเรื่องการกำกับดูแลกิจการ ติดต่อได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง