posttoday
PTTGCซื้อ 2หุ้นปิโตรฯ ต่อยอดปตท.

PTTGCซื้อ 2หุ้นปิโตรฯ ต่อยอดปตท.

15 กุมภาพันธ์ 2559

ปตท.แจงขายหุ้นบริษัทปิโตรเคมีให้ PTTGC แย้มมูลค่าไม่สูง ต่อ

ปตท.แจงขายหุ้นบริษัทปิโตรเคมีให้ PTTGC แย้มมูลค่าไม่สูง ต่อ

ยอดธุรกิจง่ายขึ้น

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทมีนโยบายการจัดโครงสร้างการลงทุนของธุรกิจภายในกลุ่ม โดยมีแผนในการโอนธุรกิจปิโตรเคมีในบริษัทที่ PTTยังถือหุ้นทางตรงอยู่ในบริษัทร่วมทุน คือ บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ (HMC) และบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล (PTTAC) ซึ่งจะขายหุ้นไปให้บริษัทเรือธงของกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีของกลุ่ม คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เบื้องต้นคาดว่าการขายหุ้นมูลค่าคงไม่สูงมากนัก

“เป็นการจัดโครงสร้างในกลุ่มแต่คงไม่มีอะไรที่ใหญ่โต เพราะ PTT ไม่ต้องการถือหุ้นตรงในบริษัทย่อยอื่นๆ ที่ทำปิโตรเคมี ต้องการถือหุ้นผ่านบริษัทลูกเรือธงที่ทำปิโตรเคมีเป็นผู้ดูแลธุรกิจนี้ทั้งหมด เพื่อให้เกิด Synergy สามารถต่อยอดเพิ่มธุรกิจและการลงทุนทำได้ง่ายขึ้น” นายวิรัตน์ กล่าว

ปัจจุบัน นอกจาก 2 บริษัทดังกล่าวแล้ว PTT ยังถือหุ้นธุรกิจปิโตรเคมีในบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม (PTTMCC) จำนวน 50% ขณะที่เรือธงในธุรกิจต่างๆ มีผลดำเนินงานในปี 2558 ดีขึ้น เช่น บริษัท ไทยออยล์ (TOP) มีกำไรสุทธิ 12,181 ล้านบาท พลิกฟื้นจากขาดทุนสุทธิ 4,139 ล้านบาท ในปี 2557 พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 1.80 บาท รวมทั้งปีแจกหุ้น 2.70 บาท บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) มีกำไรสุทธิ 9,401 ล้านบาท จากปี 2557 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 5,234 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.22 บาท ยกเว้นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 31,590 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2557 มีกำไรสุทธิ 21,490 ล้านบาท สาเหตุของการขาดทุนมากมาจากการตั้งสำรองการด้อยค่าของทรัพย์สิน

แหล่งข่าวจาก PTTGC เปิดเผยว่า บริษัทมีแหล่งเงินทุนพร้อมสำหรับการลงทุนในปี 2559 โดยมีเงินสดประมาณ 1,600-1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5.68-6.03 หมื่นล้านบาท ส่วนแผนลงทุนหลักมี 3 โครงการ คือ 1.การซื้อหุ้นของ 2 บริษัทดังกล่าว 2.โครงการมาบตาพุด เรโทรฟิต มูลค่าการลงทุนเบื้องต้นไม่เกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จะได้ประโยชน์จากค่าก่อสร้างที่ลดลงตามน้ำมัน คาดว่าจะเปิดประมูลหาผู้รับเหมาในช่วงไตรมาส 3

ทั้งนี้ โครงการมาบตาพุด เรโทรฟิต รองรับแผนที่บริษัทจะยกเลิกขายแนฟทาที่บริษัทผลิตเองได้ ส่วนหนึ่งจะแบ่งขายให้กับลูกค้าภายในจำนวน 1-1.3 ล้านตัน/ปี หลังราคาแนฟทาลดลงตามราคาน้ำมัน จึงปรับแผนจะนำแนฟทาที่เคยขายดังกล่าวนั้นกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์เองทั้งหมด เพราะมีความคุ้มค่ากว่า สามารถเพิ่มส่วนต่างราคาขาย (สเปรด) ได้

สำหรับโครงการที่ 3 บริษัทมีแผนจะร่วมทุนกับพันธมิตรประเทศญี่ปุ่นเพื่อลงทุนสายผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทนในมาบตาพุด มูลค่าการลงทุนจะไม่เกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตผลิตภัณฑ์ อาทิ ที่นอน เบาะนั่งรถยนต์ และฉนวนกันความร้อน คาดได้ข้อสรุปชัดเจนราวไตรมาส 3

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ