
ชงกระตุ้นท่องเที่ยว
เอกชนชงภาครัฐร่วมเดินหน้า 10 มาตรการระยะสั้น หวังพัฒนาท่องเที่ยวไทยดีขึ้น
เอกชนชงภาครัฐร่วมเดินหน้า 10 มาตรการระยะสั้น หวังพัฒนาท่องเที่ยวไทยดีขึ้น
นายชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดุสิตธานี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มี 41 มาตรการที่คณะทำงานจัดทำเพื่อพัฒนาภาคท่องเที่ยวไทยให้ดีขึ้น โดยเป็นมาตรการระยะสั้น 10 มาตรการ ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการได้ใน 3 เดือน ไม่รวมมาตรการสนับสนุนสมาชิกหอการค้าไทยและสมาคมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีสมาชิกรวมกว่า 8 หมื่นราย ให้สนับสนุนเดินทางประชุมในประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ เตรียมนำ 10 มาตรการระยะสั้นทยอยเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มาตรการแรกที่จะเสนอวันที่ 19 ก.พ.นี้ คือใช้การท่องเที่ยวโปรโมทอาหารและผลไม้ไทยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย คนไทยเที่ยวไทย และคนที่เดินทางผ่านสนามบินไทยรู้สึกว่าต้องซื้อกลับไปเหมือนเวลาคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วซื้อขนมญี่ปุ่นกลับมา โดยจะโปรโมทอาหารและผลไม้ 12 เดือน 12 เรื่อง เช่น โปรโมทมะม่วงเดือน เม.ย. ดึงสายการบินต่างๆ นำวิดีโอที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำเพื่อเสนออาหารและผลไม้ไทยเปิดให้ชมก่อนเครื่องบินถึงไทย ขอความร่วมมือโรงแรม ร้านอาหาร ศูนย์การค้า โรงพยาบาล บริษัทนำเที่ยว และสื่อโปรโมททิศทางเดียวกัน และให้สนามบินมีพื้นที่จำหน่ายอาหาร ผลไม้ไทยเพื่อซื้อกลับเป็นของฝาก
ขณะที่มาตรการอื่นที่ทยอยเสนอคือ เพิ่มมูลค่าโดยให้ความรู้และเรื่องราวความเป็นมาสินค้าและบริการ จัดประกวดยกระดับมาตรฐาน การส่งเสริมท่องเที่ยวยามค่ำคืนติดไฟสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เพราะบางจังหวัดที่มีโบราณสถานสำคัญในช่วงค่ำไม่มีกิจกรรมท่องเที่ยว หากติดไฟแล้วดึงร้านค้าเปิดขายช่วงค่ำในพื้นที่ที่จัดให้จะเพิ่มเวลาใช้จ่ายท่องเที่ยวได้ ถือเป็นมาตรการเดียวที่รัฐใช้งบมากที่สุด ส่วนข้ออื่นๆ ไม่ต้องใช้เงินมาก อาจทดลอง 3-4 เมืองก่อน
นอกจากนี้ จะผลักดันนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านท่องเที่ยวผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เช่น ส่งเสริมโรงแรมถูกกฎหมายเดิมที่มีห้องพักกว่า 4 แสนห้องทั่วประเทศปรับปรุงห้องพัก โดยใช้วัสดุในประเทศภายในปีนี้ เพื่อได้สิทธิประโยชน์จูงใจอาจหารือสมาคมธนาคารไทยจัดดอกเบี้ยพิเศษให้ สนับสนุนรัฐเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวโดยลดภาษีสินค้าหรู อำนวยความสะดวกทำเรื่องคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวตรีฟันด์) ที่จุดขาย ส่งเสริมการสร้างเว็บไซต์หลักให้ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในเว็บไซต์เดียว โดยคนท้องถิ่น ผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีส่วนร่วมกรอกข้อมูลได้ไม่ต้องรอข้อมูลออกจากหน่วยงานรัฐอย่างเดียว
ขณะเดียวกันจะผลักดันวีซ่าผู้สูงอายุสนับสนุนต่างชาติที่สูงอายุอยู่ในไทยนานขึ้น เพราะกลุ่มนี้ใช้จ่ายสูงและไม่ค่อยสร้างปัญหาอาจเริ่มบางตลาดก่อน เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และต้องมีกิจกรรมรองรับผู้สูงอายุเที่ยวมากขึ้นด้วย ด้านการทำอาเซียนวีซ่าให้ขอวีซ่าประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียนแล้วเดินทางได้ทุกประเทศในอาเซียนควรเร่งให้เกิดเร็ว
นายชนินทธ์ กล่าวว่า อีกมาตรการที่จำเป็นคือ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กให้เกิดมากขึ้น เพราะกฎหมายเดิมเอื้อโรงแรมขนาดใหญ่ไม่เอื้อโรงแรมขนาดเล็ก ทำให้มีผู้ประกอบการผิดกฎหมายมาก โดยจะเสนอแก้กฎหมายให้ครอบคลุมโรงแรมขนาดเล็กทุกประเภท ทั้งที่มี 20-30 ห้อง อพาร์ตเมนต์ที่ขายห้องพักรายวันเหมือนโรงแรมและหอพักนักท่องเที่ยว (โฮเต็ล) รวมทั้งให้เว็บไซต์ท่องเที่ยวที่มาทำธุรกิจกับไทยควรแจ้งรายได้ที่เป็นรายได้ในประเทศไทย เสียภาษีให้ถูกต้อง
นอกจากนั้น จะขอความร่วมมือสายการบินเปิดเส้นทางบินไปเมืองรองที่ 2-4 ของประเทศเพื่อนบ้านดึงคนประเทศเพื่อนบ้านเที่ยวไทย สุดท้ายให้ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกกับความปลอดภัยสถานที่ท่องเที่ยว อาจเพิ่มคนดูแลนักท่องเที่ยวซึ่งไม่ใช่ตำรวจ ส่วน 31 มาตรการที่เหลือจะทยอยดำเนินการต่อหลัง 10 มาตรการแรกเดินหน้าแล้ว







