
ปตท.ใช้วิกฤตน้ำมันจัดบ้าน ขาย2ปิโตรเคมีให้PTTGC
กลุ่ม ปตท.อาศัยวิกฤตราคาน้ำมันดิ่งลงแรงอย่างต่อเนื่อง มองเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่มปิโตรเคมี โดย “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยว่า บริษัท ปตท. (PTT) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน PTTGC มีนโยบายจัดโครงสร้างพอร์ตธุรกิจทั้งหมดในกลุ่ม ปตท. เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมจัดระเบียบ ลดความซับซ้อน ทำให้ภาพธุรกิจมีความชัดเจน สามารถสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
กลุ่ม ปตท.อาศัยวิกฤตราคาน้ำมันดิ่งลงแรงอย่างต่อเนื่อง มองเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่มปิโตรเคมี โดย “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เปิดเผยว่า บริษัท ปตท. (PTT) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน PTTGC มีนโยบายจัดโครงสร้างพอร์ตธุรกิจทั้งหมดในกลุ่ม ปตท. เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมจัดระเบียบ ลดความซับซ้อน ทำให้ภาพธุรกิจมีความชัดเจน สามารถสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
ส่วนหนึ่งของนโยบายนี้ ปตท.จะขายหุ้นบริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจสายปิโตรเคมี จำนวน 2 แห่ง คือ บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ (HMC) ถือหุ้นสัดส่วน 41.44% และบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล (PTTAC) ถือสัดส่วน 48.50% ให้กับ PTTGC เพราะ ปตท.ต้องการให้ PTTGC เป็นบริษัทหลักในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสายปิโตรเคมีของกลุ่ม คาดว่าการซื้อขายหุ้นจะสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในปี 2559
“ในปี 2559 เงินลงทุนหลักของ PTTGC จะใช้ซื้อหุ้นของทั้งสองบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทปิโตรเคมีหลักของกลุ่ม ปตท. และการลงทุนโครงการมาบตาพุด เรโทรฟิต ส่วนแผนธุรกิจในปีนี้คงไม่ปรับเปลี่ยนไปมากจากที่เคยแถลงไว้ ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลง บริษัทจะได้ประโยชน์ เพราะต้นทุนแนฟทาซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะถูกลงด้วย” สุพัฒนพงษ์ กล่าว







