
แบงก์จีนจ่อเน่า4เท่าซับไพรม์
เฮดจ์ฟันด์เก็งแบงก์จีนจมหนี้เน่า หลังสินทรัพย์เสี่ยงพุ่ง ธนาคารเงาโต ชี้อุ้มธนาคารกดหยวนอ่อน 30%
เฮดจ์ฟันด์เก็งแบงก์จีนจมหนี้เน่า หลังสินทรัพย์เสี่ยงพุ่ง ธนาคารเงาโต ชี้อุ้มธนาคารกดหยวนอ่อน 30%
ไคล์ บาซส์ ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ วัย 46 ปี ซึ่งเป็นนักลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนจากการเก็งจะเกิดวิกฤตหนี้ซับไพรม์ในสหรัฐ เปิดเผยว่า ระบบธนาคารของจีนกำลังประสบปัญหา และอาจจะสูญเสียมากกว่า 400% ของความสูญเสียในระบบธนาคารสหรัฐในวิกฤตการเงินปี 2008-2009
บาซส์ อธิบายว่า หากระบบการเงินจีนสูญเสียสินทรัพย์ไป 10% จากหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) หุ้นของบรรดาธนาคารเหล่านั้นสูญมูลค่ารวม 3.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 123 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ทางการจีนต้องช่วยอุ้มทุนของธนาคารมากกว่า 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 353 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงถึง 30% เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ
บาซส์ คาดการณ์บนพื้นฐานข้อมูลจาก ยูบีเอส กรุ๊ป ว่า ระบบธนาคารจีนมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 34.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,217 ล้านล้านบาท) และเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินความเสี่ยงสูงซุกซ่อนอยู่ ในขณะที่ระบบธนาคารเงาของจีนเติบโตมาถึงเกือบ 600% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกำลังเป็นส่วนที่เกิดปัญหาหนี้เสียขึ้นเป็นที่แรก
ผู้จัดการกองทุนคนดังกล่าวคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนขยายตัวเพียง 3.6% ในปี 2015 ที่ผ่านมาเท่านั้น เมื่อเทียบกับตัวเลขจากทางการที่ 6.9% ในขณะที่ทุนสำรองของจีนมีเพียง 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 77 ล้านล้านบาท) ที่มีสภาพคล่อง จากทั้งหมด 3.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 112 ล้านล้านบาท)
ทั้งนี้ เฮย์แมน แคปิตัล กองทุนเฮดจ์ฟันด์ของบาซส์ ขายสินทรัพย์เสี่ยงเกือบทั้งหมดเมื่อปี 2015 และเข้าลงทุนเก็งการเกิดวิกฤตในหนี้และค่าเงินของจีนด้วยเช่นกัน







