posttoday
เปิดพอร์ตลงทุน ‘สุกัญญา สุขเจริญไกรศรี’

เปิดพอร์ตลงทุน ‘สุกัญญา สุขเจริญไกรศรี’

12 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

การลงทุนสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวิกฤต เพราะมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดี “สุกัญญา สุขเจริญไกรศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอแคป แอ๊ดไวเซอรี่ (ACAP) จึงตัดสินใจนำเงินทุนที่มีอยู่เข้าลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท ACAP จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นร่วมรายใหญ่และเข้ามาบริหารกิจการในที่สุด

การตัดสินใจเข้ามาลงทุนในหุ้น ACAP เพราะเธอเห็นว่ามีโอกาสที่ได้รับผลตอบแทนที่ดีและเลือกที่จะให้เป็นธุรกิจสำหรับตัวเธอเอง แม้จะเข้ามาลงทุนด้วยต้นทุนถึง 12 บาท หลังเข้าไปราคาหุ้นลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเธอตั้งใจจริงที่เข้าไปลุย ก็ต้องให้เวลาพิสูจน์ว่าการตัดสินใจเข้าลงทุนไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจผิด

สุกัญญา เล่าว่า การลงทุนในหุ้นของเธอนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตลาดหุ้นในประเทศไทยเท่านั้น แต่เริ่มลงทุนมาตั้งแต่ที่ไปเรียนปริญญาโทด้านธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยซีแอตเติล เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ จนได้ประกาศนียบัตรด้านการเงินระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ทำให้มีความคุ้นเคยกับการลงทุนในตลาดหุ้น

ขณะนั้นเป็นจังหวะที่สหรัฐเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำลงอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่สหรัฐ ผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว ทำให้เธอได้รับผลตอบแทนกลับมาชนิดที่มีความสุขอย่างมากเพราะได้มาระดับ 100%

“ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ อยู่ที่จังหวะและการวิเคราะห์ที่ดี หากเราเข้าลงทุนในจังหวะที่ถูก ย่อมที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอ และก็จะต้องลงทุนยาวๆ หน่อย แต่เมื่อเราเห็นผลตอบแทนก็ถือว่าคุ้มค่ามาก” สุกัญญา กล่าว

นอกจากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทุนแล้ว เธอยังลงทุนในหุ้นด้วย ซึ่งได้รับผลตอบแทนสูงกว่ามาก ถึงตอนนี้พอร์ตลงทุนหุ้นในสหรัฐของเธอได้กำไรกว่า 200-300% เพราะเธอลงทุนตอนเกิดวิกฤต หากจะลงทุนตอนนี้คงไม่ได้แล้วเนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐได้ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคืออดทนกับภาวะวิกฤตและตัดสินใจลงทุนในยามวิกฤตก็จะได้รับผลกำไรก้อนโตนั่นเอง

“จริงๆ แล้วชอบการลงทุนที่สหรัฐ เพราะรู้สึกว่ามีความคุ้นเคย หลังจากที่ได้ไปเรียนและมีพี่สาวอยู่ที่สหรัฐด้วย จึงมีความเข้าใจและสนใจ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เราต้องรู้และเข้าใจทุกๆ สถานการณ์ด้วย”

สุกัญญา กล่าวว่า จะต้องกระจายความเสี่ยงและกระจายการลงทุนให้เหมาะสม พอร์ตลงทุนของเธอนั้นจะนำเงินมาลงทุน 10% ของเงินที่มีอยู่ ส่วนอสังหาริมทรัพย์และหุ้นต่างประเทศประมาณ 20% ส่วนที่เหลือจะลงทุนในประเทศ ซึ่งกำลังดูหลังจากหุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงมาถึงระดับ 1,250 จุด จากระดับ 1,500 จุด ก็มีความน่าสนใจ

นอกจากนี้ การลงทุนในจีนก็น่าสนใจหลังเกิดวิกฤตเงินหยวนที่อ่อนค่าลง แต่ก็ต้องวิเคราะห์และรอจังหวะให้ฝุ่นหายตลบก่อน และค่อยมาดูว่ามีหุ้นหรือการลงทุนอะไรที่น่าสนใจและจะต้องลงทุนยาวอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ถึงจะได้รับผลตอบแทนที่ดี

นอกจากนี้ยังลงทุนในหุ้นกู้และตั๋วเงินระยะสั้นด้วย โดยจะดูที่อัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับ รวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้และตราสารหนี้ด้วย เพราะจะทำให้การลงทุนมีความมั่นคงและได้รับผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอ ตอนนี้ในตลาดมีหุ้นกู้ของหลายบริษัทที่ออกมาให้กับนักลงทุนได้เลือกลงทุน หากสามารถเลือกและเข้าใจในหุ้นกู้ที่จะเข้าลงทุน ถือว่าหุ้นกู้ก็จะเป็นทางเลือกของการลงทุนที่ดีและสามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนได้ดีด้วย

“สุกัญญา” ยังมีความสนใจในเรื่องของธุรกิจน้ำมันด้วยหลังจากราคาน้ำมันลงมาเยอะกว่าที่ควรจะเป็น ด้วยการที่เธอมีประสบการณ์ในเรื่องของการเทรดน้ำมันให้กับธุรกิจที่บ้าน เธอมองว่าหากใครมีเงินเย็นและมีพื้นที่เพียงพอก็น่าจะเป็นจังหวะในการซื้อน้ำมันดิบหรือการซื้อขายสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า เพราะเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ราคาน้ำมันก็จะพลิกฟื้นขึ้นมาแน่ และจังหวะนี้ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีเหมือนกัน เพราะถือว่าราคาลงมาต่ำจากปัญหาน้ำมันล้นตลาด

สำหรับพอร์ตลงทุนในหุ้น ACAP จำนวน 6.24 ล้านหุ้น คิดเป็น 5% ของทุนเรียกชำระแล้ว ขณะนี้ราคาหุ้นได้กลับขึ้นมาอยู่ที่ 17 บาท/หุ้น ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ และอนาคตเธอยังคงมุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นให้บริษัทกลับมามีกำไรและให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น

“ACAP เป็นธุรกิจที่เธอเลือกลงทุนด้วยเงินของตัวเอง แม้ว่าทางครอบครัวเองไม่ได้สนับสนุนและยังตั้งคำถามว่าเข้าไปลงทุนทำไม เพราะธุรกิจที่บ้านก็มีและเป็นธุรกิจที่ดีด้วย แต่ด้วยคำกล่าวที่ว่า ต้นไม้จะเติบโตต้องแยกกระถางออกมา ดังนั้นเธอเองก็ต้องทำอย่างนั้น เพื่อสร้างอนาคตการเติบโตทั้งในเรื่องของพอร์ตลงทุนและการลุยธุรกิจที่เธอเลือก”

อนาคตของ ACAP ที่เธอเข้ามาลงทุนและบริหาร ผู้ถือหุ้นก็ต้องรอดูผลงาน สุกัญญาตั้งใจจะพลิกกลับมามีกำไรและจะเป็นบริษัทที่จะเติบโตที่ดีสำหรับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นทุกคนรวมถึงตัวเธอเองด้วย ซึ่งหวังว่าจะสร้างผลตอบแทนที่สูงด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล