
ผู้นำเข้าแห่ประกันค่าบาท
ผู้นำเข้าแห่ซื้อประกันความเสี่ยงเงินบาท หลังทยอยแข็งค่าจากกังวลเศรษฐกิจโลก นักลงทุนรุมประมูลพันธบัตร 5 ปี ความต้องการสูงถึง 5 เท่า
ผู้นำเข้าแห่ซื้อประกันความเสี่ยงเงินบาท หลังทยอยแข็งค่าจากกังวลเศรษฐกิจโลก นักลงทุนรุมประมูลพันธบัตร 5 ปี ความต้องการสูงถึง 5 เท่า
นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์ ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้นำเข้าเข้ามาซื้อประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด) เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นหลุด 36 บาท/เหรียญสหรัฐ
สำหรับค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ปิดตลาดที่ 35.35-35.37 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับเปิดตลาดที่ 35.40-35.42 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยแข็งค่าสุดระหว่างวันที่ 35.30-35.31 บาท/เหรียญสหรัฐ และแข็งค่าขึ้น 17 สตางค์ เมื่อเทียบกับต้นสัปดาห์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ 35.52-35.54 บาท/เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงนี้ มาจากความกังวลปัญหาเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก ทั้งเรื่องที่ญี่ปุ่นลดดอกเบี้ยจนติดลบ ปัญหาดอยช์แบงก์ ประกอบกับตลาดหุ้นจีนหยุดซื้อขายช่วงเทศกาล
ตรุษจีน
สำหรับเงินบาทวันที่ 11 ก.พ. นักลงทุนรอฟังคำแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อดูสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐ หากเฟดมีแนวโน้มไม่ขึ้นดอกเบี้ย เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่องอีก
ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดการเงินโลกมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นจากธนาคารดอยช์แบงก์ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ด้อยสิทธิ เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนสูง ขณะที่เฟดมีแนวโน้มส่งสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นในการชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ ปกติเงินบาทมักจะอ่อนค่าในยามที่ความกังวลในตลาดการเงินโลกเพิ่มสูงขึ้น แต่ปัจจุบันเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นเหนือความคาดหมาย จากเฉลี่ย 36.10 บาท/เหรียญสหรัฐ ในเดือน ม.ค. มาอยู่ที่ 35.40 บาท/เหรียญสหรัฐ แต่คาดว่าเป็นการแข็งค่าชั่วคราว จากการคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่า
อย่างไรก็ตาม อีไอซีเห็นว่า เฟดยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปีนี้ ทำให้เงินบาทยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าไปอยู่ที่ 37 บาท/เหรียญสหรัฐ ในสิ้นปีนี้
ขณะที่สมาคมตราสารหนี้ไทย รายงานการซื้อขายตราสารหนี้วานนี้ ว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิประมาณ 927 ล้านบาท โดยนักลงทุนสนใจเข้าประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ที่่ประมูลวันนี้ โดยมีความต้องการมากถึง 5.10 เท่าของวงเงินประมูล 2 หมื่นล้านบาท ใช้สิทธิ Greenshoe 3,779 ล้านบาท รวมเป็น 23,779 ล้านบาท คิดเป็นการใช้ Greenshoe Option 16% ของวงเงินประมูล เนื่องจากมีความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและความผันผวนในตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับสภาพคล่องของธนาคารในยุโรป







