แอพหาคู่บูม "Happn" ขยายตลาดในไทย
"Happn" แอพฯหาคู่ชื่อดังเข้ามาบุกตลาดในไทยเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย ตั้งเป้ายอดผู้ใช้งานปีนี้ 7 แสนราย
"Happn" แอพฯหาคู่ชื่อดังเข้ามาบุกตลาดในไทยเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย ตั้งเป้ายอดผู้ใช้งานปีนี้ 7 แสนราย
การหาคู่แบบเดิมของสาวๆ คงไม่น่าสนใจอีกแล้ว เมื่อแอพพลิเคชั่นหาคู่เริ่มเข้ามาตีตลาดในไทย โดยให้สาวๆ สามารถหาคู่รับเทศกาลวาเลนไทน์ได้เอง ตั้งเป้าผู้ใช้งานภายในปีนี้ 7 แสนราย หลังเปิดให้บริการเพียง 2 เดือน มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1.2 แสนราย
แมรี่ คอสนาร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายเทรนด์ Happn เปิดเผยว่า ไทยเป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียที่ได้เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการ และเป็นประเทศที่ 35 ทั่วโลก ซึ่งเราเชื่อว่าผู้บริโภคชาวไทยเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพ และไม่ค่อยมีเวลาในการทำความรู้จักกับคนภายนอก
“แฮพเพ่น (Happn) จะเป็นเหมือนตัวกลางให้คนที่อยากรู้จักกันเข้ามาทำความรู้จักผ่านสมาร์ทโฟน เพราะกระแสสังคมก้มหน้าของคนไทยยังคงเป็นการดึงดูดเพียงวิธีเดียว และเชื่อว่าจะช่วยให้คนทำความรู้จักกันง่ายขึ้น โดยหลังเปิดให้บริการ บราซิล มีผู้ใช้งานมากที่สุดคือ 2 ล้านราย จากผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 12 ล้านราย ซึ่งหลังเปิดให้บริการในไทยเพียง 2 เดือนมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1.2 แสนราย เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีแผนจะขยายการลงทุนไปยังประเทศญี่ปุ่นในปีหน้าด้วย” แมรี่ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะใช้การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ไปพร้อมกัน ซึ่งจุดเด่นของแฮพเพ่นคือสามารถบอกตำแหน่งคนที่เดินสวนทางกันได้ทั้งหมดภายในรัศมี 250 เมตรแบบเรียลไทม์ ทั้งยังส่งหัวใจบอกคนที่เราถูกใจให้ทราบได้ด้วย
สำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้งานระบบจะอยู่ที่การซื้อชาร์ม (Charm) 10 ชิ้นในราคา 300 บาท ผ่านทางบัตรเครดิต เพื่อให้ทำความรู้จักกันได้อย่างต่อเนื่อง
ด้าน นภัสสร ธีรเนตร แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ Happn ประจำประเทศไทย กล่าวว่า บริการนัดพบออนไลน์นั้นแตกต่างจากความเป็นจริงอยู่มากจากประสบการณ์การใช้งานมักไม่ค่อยนำมาสู่ความสัมพันธ์ที่แท้จริงทำให้การสร้างความสัมพันธ์กับคนที่เราชอบอาจเปลี่ยนชีวิตไปได้ตลอดกาลเหมือนหลายคู่ทั่วโลก
อนึ่ง ในโอกาสเปิดตัวแฮพเพ่นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จึงขอมอบสิทธิพิเศษส่วนลดค่าอาหาร 10% ที่ร้าน Whale’s Belly Restaurant ให้ผู้ใช้ทันที เมื่อแสดงหน้าจอแอพพลิเคชั่นแฮพเพ่นของคุณที่ร้าน ซึ่งสิทธิพิเศษนี้มีไปจนถึง 30 มิถุนายน 2559 และสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีที่แอพ สโตร์ (App Store) เพลย์ สโตร์ (Play Store) และวินโดว์ สโตร์ (Windows Store)


