
หวังรุ่นใหม่ดันรถหรูคึก
บีเอ็ม-เลกซัส มองตลาดรถหรูยังคาดการณ์ยาก หวังรถรุ่นใหม่ดันคึกคัก ปรับกลยุทธ์รองรับ
บีเอ็ม-เลกซัส มองตลาดรถหรูยังคาดการณ์ยาก หวังรถรุ่นใหม่ดันคึกคัก ปรับกลยุทธ์รองรับ
นายแมทธิอัส พฟาลซ์ ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในปี 2559 คาดว่ายังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาที่มียอดขายรวมอยู่ที่ 2.2 หมื่นคัน เติบโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ยังคาดการณ์ได้ยากว่าจะเติบโตในระดับเท่าใด
ขณะที่ยอดขายรวมของบริษัทในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตเช่นเดียวกัน แต่จะเติบโตขึ้นมากกว่าปี 2558 หรือไม่นั้นยังคาดการณ์ได้ยาก โดยในปี 2558 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 3 แบรนด์อยู่ที่ 10,048 คัน แบ่งเป็นบีเอ็มฯ 7,751 คัน เติบโต 4% มินิ 1,017 คัน เติบโต 10% และ บีเอ็ม มอเตอร์ราด 1,280 คัน เติบโต 83%
สำหรับในปีนี้บริษัทได้เตรียมใช้เงินลงทุนมูลค่า 220 ล้านบาท สำหรับขยายพื้นที่คลังอะไหล่เพิ่มขึ้น 3 เท่า และย้ายพื้นที่มาอยู่ที่ถนนบางนา-ตราด เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นทุกปี รวมถึงมีแผนการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มจำนวนรุ่นที่ประกอบในประเทศไทยที่ปัจจุบันมีจำนวน 18 รุ่น ในอนาคต
“ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับรูปแบบการรับประกันผลิตภัณฑ์เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง จากเดิม 5 ปี 1 แสนกิโลเมตร เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 เป็นต้นไป รวมถึงแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างน้อย 3 รุ่นในปีนี้ ได้แก่ บีเอ็ม 330 อี ปลั๊ก-อิน ไฮบริด, บีเอ็ม ดับเบิลยู เอ็กซ์-1, มินิ คอนเวเทเบิ้ล เป็นต้น” นายแมทธิอัส กล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมปี 2559 คาดว่าจะลดลงราว 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 2.4 หมื่นคัน จากปัจจัยผู้บริโภคเร่งการรับรถก่อนการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ยังมีปัจจัยจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน สังเกตได้จากภาคธุรกิจอื่นได้รับผลกระทบด้านกำลังซื้อที่ชะลอตัวเช่นกัน อาทิ คอนโดมิเนียม ในแนวรถไฟฟ้า ที่ยังมีปริมาณห้องคงเหลืออยู่เป็นการสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ ปี 2558 บริษัทมียอดขายเลกซัสอยู่ที่ 834 คัน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ราว 800 คัน จากปัจจัยผู้บริโภคเร่งรับรถในช่วง 2 เดือนสุดท้าย โดยปี 2559 บริษัทคาดว่าจะมีเป้าหมายลดลงราว 10% จากปัจจัยเช่นเดียวกับตลาด โดยในปีนี้บริษัทมีแผนการเปิดตัว เลกซัส อาร์ซี ใหม่ ซึ่งเป็นผลดีมาจากโครงสร้างภาษีใหม่ที่รุ่นดังกล่าวสามารถนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้
นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดรถหรูในมุมมองของบริษัทมองว่า การจัดรายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) ไม่มีผลต่อผู้บริโภคในกลุ่มดังกล่าวนี้ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของบริษัทสัดส่วนกว่า 50% ซื้อด้วยเงินสด จึงมองถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่เชื่อถือต่อผู้บริโภคมากกว่า
“ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโตมาจากสาเหตุของบริษัทผู้เล่นในตลาดดังกล่าวมีการเปิดตัว รถยนต์ ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่าย (เอนทรีไพรส์) ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ที่คาดว่าประเภทรถที่ช่วยพยุงตลาดไม่ให้ลดลงไปมากกว่านี้อยู่ในกลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผย







