
เหมืองทองฟ้องเยาวชน
กรณีปัญหาการเปิดเหมืองแร่ทองคำยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีผลกระทบต่อวิถีชุมชนและระบบนิเวศตามธรรมชาติอย่างมาก แต่กลับกลายเป็นประเด็นทางสังคมอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้
กรณีปัญหาการเปิดเหมืองแร่ทองคำยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีผลกระทบต่อวิถีชุมชนและระบบนิเวศตามธรรมชาติอย่างมาก แต่กลับกลายเป็นประเด็นทางสังคมอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้
สืบเนื่องจากนักข่าวสาวสมัครเล่น ซึ่งเป็นเยาวชนอายุเพียง 15 ปี รายงานข่าวทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเกี่ยวกับเหมืองแร่ทองคำ ตอน “นักสืบลำน้ำฮวยแท้ๆ แน๊ว” ที่ออกอากาศระหว่างวันที่ 28-30 ส.ค. 2558 มีเนื้อหาเกี่ยวกับน้ำอุปโภคบริโภคที่มีสารปนเปื้อนจากการทำเหมืองแร่ทองคำใน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย และก่อนหน้านี้การทำเหมืองแร่ของบริษัทเอกชนก็กระทบกระทั่งกับชาวบ้านรอบพื้นที่บ่อยครั้ง ถึงขั้นมีการเผชิญหน้าทำร้ายร่างกายกัน เพราะชาวบ้านไม่ต้องการเหมืองแร่ทองคำ
การนำเสนอข่าวของนักข่าวโดยจรรยาบรรณและวิชาชีพ ย่อมเสนอข้อเท็จจริงรอบด้านให้ประชาชนคนรับข่าวสารได้ทราบ ส่วนจะพาดพิงถึงผู้ที่เป็นข่าวในลักษณะหมิ่นประมาทหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ต้องพิจารณาตามความรู้สึกหรือสามัญสำนึกของคนทั่วๆ ไป
เกี่ยวกับเรื่องนี้นักข่าวเยาวชนถูกบริษัทเหมืองแร่ทองคำยื่นหนังสือขออนุญาตฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อผู้อำนวยการสถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
แต่อย่างไรก็ตาม ข้อหาที่บริษัทเหมืองแร่ทองคำยื่นฟ้อง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท
ความผิดฐานหมิ่นประมาท มีเจตนารมณ์ในการใช้กฎหมายเพื่อป้องกันมิให้ใครมาละเมิดหรือใส่ร้ายป้ายสี เป็นการบัญญัติขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิให้กับทุกคน แต่หากนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ฟ้องร้องเพื่อกลั่นแกล้ง หรือเพื่อต่อรองผลทางคดี ย่อมไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพราะความผิดประเภทนี้ราษฎรฟ้องคดีได้เองหากเป็นผู้เสียหาย
การที่นักข่าวเยาวชนนำเสนอผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ และมีสารปนเปื้อนลงสู่ลำน้ำธรรมชาติ ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่สังคมรับรู้กันโดยทั่วไปว่า หากไม่มีการจัดเขตพื้นที่รอบเหมืองหรือการจัดเก็บกากแร่ที่ดี สารอันเกิดจากการทำเหมืองแร่มีผลกระทบต่อคน พืช และสัตว์
ตามหลักในเรื่องกฎหมายหมิ่นประมาท การให้ข้อมูลตรงไปตรงมา หรือติชมด้วยความเป็นธรรมหรือป้องกันส่วนได้เสียของตน รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ย่อมกระทำได้ไม่ผิดกฎหมาย
หากเยาวชนของชาติถูกดำเนินคดีอาญา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการถูกฟ้องคดีอาญาย่อมมีประวัติติดตัว เสียเงินเสียทองประกันตัวในชั้นศาลเพื่อสู้คดีอาจกระทบต่อหน้าที่การงานในอนาคต และบั่นทอนกำลังใจของคนทำงานที่เป็นนักข่าว ทำให้ไม่กล้าเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สังคม เพราะเมื่อมีการพาดพิงถึงใครอาจทำให้ไม่พอใจและอาจถูกฟ้องดำเนินคดีได้
บริษัทเหมืองแร่ทองคำ หากเสียชื่อเสียงจริงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งฐานละเมิดได้ ก่อนหน้านี้ได้มีการฟ้องคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสและผู้ที่เกี่ยวข้อง เรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท แต่ไม่ได้ฟ้องเยาวชนเป็นจำเลยในคดีแพ่งแต่อย่างใด
การเลือกฟ้องเยาวชนเป็นคดีอาญา แม้เป็นสิทธิตามกฎหมาย แต่ในมุมของสังคมคล้ายผู้ใหญ่รังแกเด็ก ความชอบธรรมย่อมลดลง และไม่ว่าผลทางคดีจะจบลงอย่างไร การทำเหมืองแร่ทองคำย่อมตกเป็นจำเลยของสังคมตลอดไป







