
ผ่าโครงการ CARS ปลุกชีพยานยนต์ฟิลิปปินส์
อาเซียนคือฐานผลิตรถยนต์สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนอกจากประเทศไทยที่ยังรั้งแชมป์การผลิตได้จนถึงปัจจุบัน
โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียนโพสต์ทูเดย์
อาเซียนคือฐานผลิตรถยนต์สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนอกจากประเทศไทยที่ยังรั้งแชมป์การผลิตได้จนถึงปัจจุบัน อินโดนีเซียก็กำลังเร่งพัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ฟิลิปปินส์ก็วาดฝันว่า วันหนึ่งจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ในวงการนี้เช่นกัน
หากมองภาพรวมของอุตสาหกรรมการผลิตในฟิลิปปินส์ จะเห็นว่า มีอัตราการเติบโตประมาณ 8.1% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และหากต้องการรักษาอัตราการขยายตัวในระดับนี้ไว้ พร้อมๆ กับการสร้างงานให้คนท้องถิ่น รัฐบาลก็จำเป็นต้องออกนโยบายเพื่อกระตุ้นการลงทุนด้านนี้มากขึ้น
เมื่อเจาะลึกในหลายๆ อุตสาหกรรมการผลิต รัฐบาลฟิลิปปินส์ ก็เห็นว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์น่าจะเป็นกลไกสำคัญที่จะกระพือการเติบโตของเศรษฐกิจได้ ดังนั้น จึงได้เปิดโครงการยุทธศาสตร์พลิกฟื้นอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเบ็ดเสร็จ (CARS)
ฟิลิปปินส์ต้องการก้าวขึ้นเป็นฮับการผลิตและส่งออกรถยนต์ เหมือนกับไทยและอินโดนีเซีย แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ศักยภาพของฟิลิปปินส์ยังจำกัดอยู่ที่การเป็นฮับผลิตชิ้นส่วนทรานมิชชั่นยานยนต์ป้อนให้โตโยต้า และจัดหาทรานมิชชั่น และชิ้นส่วนอื่นๆ ให้กับค่ายมิตซูบิชิเท่านั้น
สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการ CARS คือ เสริมสร้างความเข้มแข็งของฐานการผลิต ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่าของโลกเชิงลึกมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการผลิตรถยนต์ให้ฟื้นขึ้นมาใหม่ สนับสนุนการลงทุนด้านการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ สร้างงานคุณภาพ ผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้สามารถแข่งขันได้ และกลายเป็นฮับการผลิตสำคัญในอนาคตอันใกล้
โครงการนี้เน้นการพัฒนาการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะตัวถังและชิ้นส่วนพลาสติกต่างๆ ชิ้นส่วนทั่วไป รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญๆ ที่ตอนนี้ยังไม่มีการผลิตในฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้เงินสนับสนุนการผลิตประมาณ 4.5 หมื่นเปโซ/ยูนิต ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยลดช่องว่างในการแข่งขัน และพลิกฟื้นการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมาได้
บริษัทที่จะร่วมโครงการนี้จะต้องเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ มีผลงานที่สามารถพิสูจน์ได้ และจะต้องมีสำนักงานในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งฝ่ายวิจัยและพัฒนา ฐานการผลิต ฝ่ายการตลาด และบริการหลังขายในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ เป็นต้น
กระบวนการคัดเลือกผู้ร่วมโครงการ จะพิจารณาจากผลงานในอดีตและความสามารถทางการแข่งขันของรถรุ่นที่จะผลิต ทั้งแง่ของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ การลงทุนใหม่ด้านประกอบตัวถังและชิ้นส่วนประกอบพลาสติกขนาดใหญ่ ปริมาณการผลิตอย่างน้อย 2 แสนคัน ภายใน 6 ปี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น การจ้างงาน การเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วน ประโยชน์ที่มีต่อผู้บริโภค ตลอดจนผลดีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในภาพรวม
สำหรับงบประมาณสนับสนุนทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 2.7 หมื่นล้านเปโซ หรือตกอยู่ที่ 9,000 ล้านเปโซ/รถหนึ่งรุ่น และจะแบ่งการสนับสนุนเป็น 2 ส่วน คือ มาตรการสนับสนุนแบบคงที่ 40% และมาตรการสนับสนุนที่แปรผันตามเงื่อนไขอีกประมาณ 60% ซึ่งส่วนแรกจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านทุนสำหรับเครื่องจักรอุปกรณ์ การฝึกอบรมก่อนดำเนินโครงการระยะแรก โดยค่ายรถยนต์จะได้รับเงินสนับสนุนหลังจากรถคันแรกในรุ่นที่เข้าโครงการออกวางตลาด ส่วนงบสนับสนุนก้อนที่สอง จะได้รับในรูปของสิทธิประโยชน์ด้านภาษี
ทั้งนี้ หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบ ฟิลิปปินส์ก็จำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในเครือข่ายการผลิตของบริษัทรถยนต์โลกมากขึ้น โดยตอนนี้ทั้งตลาดในประเทศและในภูมิภาคมีศักยภาพมหาศาล สำหรับในฟิลิปปินส์เอง คาดว่าจะมีความต้องการรถยนต์ประมาณ 5 แสนคัน ในปี 2565 ส่วนในตลาดอาเซียน ประเมินว่า ความต้องการจะเพิ่มขึ้นจาก 3 ล้านคัน เป็น 6 ล้านคัน ในปี 2563 และคาดว่าคลื่นลูกที่สามของการผลิตจะเกิดขึ้นในฟิลิปปินส์
ปัจจุบันฟิลิปปินส์เริ่มมีคลัสเตอร์ยานยนต์ในประเทศแล้ว โดยมีค่ายรถยนต์ชั้นนำ 4 ค่าย เข้ามาลงหลักธุรกิจแล้ว ได้แก่ โตโยต้า มิตซูบิชิ ฮอนด้า และอีซูซุ มีบริษัทผลิตชิ้นส่วน 256 บริษัท ซึ่งผลิตชิ้นส่วนประมาณ 330 ชนิด
อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปินส์ยังมีกำลังการผลิตรถยนต์ในประเทศค่อนข้างจำกัด หรือประมาณ 86,218 คัน/ปี เนื่องจากยังขาดเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่ง และต้นทุนการผลิตยังสูง ทำให้การผลิตจริงยังต่ำกว่ากำลังการผลิต โดยตอนนี้ต้นทุนการผลิตในฟิลิปปินส์และไทยต่างกันประมาณ 4.5-9 หมื่นเปโซ/คัน
ต้องจับตาว่า การพลิกฟื้นภาคยานยนต์ของฟิลิปปินส์จะไปได้ไกลแค่ไหน







