
SMARTขาดทุน คิวทีซีกำไรพุ่ง มาร์จิ้นจิ๊บจ๊อย
สมาร์ทคอนกรีตแย่หนักถึงขาดทุน เจอคู่แข่งบุกกดมาร์จิ้นทรุด ส่วนคิวทีซีกำไรงาม ขายเยอะมาร์จิ้นเพิ่มน้อย
สมาร์ทคอนกรีตแย่หนักถึงขาดทุน เจอคู่แข่งบุกกดมาร์จิ้นทรุด ส่วนคิวทีซีกำไรงาม ขายเยอะมาร์จิ้นเพิ่มน้อย
บริษัท สมาร์ทคอนกรีต (SMART) เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2558 มีผลขาดทุนสุทธิ 13.76 ล้านบาท พลิกจากที่มีกำไรสุทธิ 41.76 ล้านบาท แย่ลง 132.96%
นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการบริษัท สมาร์ทคอนกรีต ชี้แจงว่า สาเหตุที่ขาดทุนเนื่องจากผลกระทบจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ และการเข้ามาทำตลาดของคู่แข่งในพื้นที่ฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นพื้นที่การขายหลักของบริษัท ส่งผลให้ราคาจำหน่ายเฉลี่ยลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 47.46 ล้านบาท หรือ 69.20% จาก 68.58 ล้านบาท เหลือ 21.12 ล้านบาท แม้บริษัทจะมีปริมาณการจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ รายได้อื่นก็ลดลงจากปี 2557 บริษัทมีรายได้พิเศษจากการการแบ่งขายที่ดินเปล่าซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้กับบริษัท ซีซีพี เพวิ่งสโตนส์ เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจจำนวน 21.98 ล้านบาท บริษัทมีต้นทุนทางการเงินลดลง เนื่องจากบริษัทมีการผ่อนชำระคืนเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่ได้รับจากสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 8.941 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 41.81 ล้านบาท เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 26.597 ล้านบาท เพื่อลงทุนในรถขนส่งสาหรับใช้ในกิจการและทรัพย์สินอื่นๆ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 19 ล้านบาท โดยบริษัทมีการเบิกใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน 19 ล้านบาท และมีการชำระเงินกู้ยืมระยะยาวและดอกเบี้ยรวม 38 ล้านบาท
ด้านบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) แจ้งว่า ในปี 2558 มีกำไรสุทธิ 118.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 114.40% จากกำไรสุทธิ 55.29 ล้านบาท ในปี 2557 เนื่องจากมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 760 ล้านบาท หรือ 61.63% เป็น 1,229 ล้านบาท ขณะที่มีต้นทุนขายและบริการจำนวน 936 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 23.82% เทียบกับปี 2557 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 0.11% เพราะราคาวัตถุดิบหลักบางรายการสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21.30% เป็น 139 ล้านบาท ซึ่งบางรายการเพิ่มขึ้นตามการผลิตและการขายที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าขนส่งและค่าบรรจุหีบห่อ
ขณะที่คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.32 บาท ให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 11 เม.ย. 2559







