
คนเร่งหารายได้เสริม ดันขายตรงโตสวนศก.
สมาคมการขายตรงไทยประเมินธุรกิจขายตรงไทยปีนี้โตแน่ 5% เหตุคนหันหารายได้เสริม
สมาคมการขายตรงไทยประเมินธุรกิจขายตรงไทยปีนี้โตแน่ 5% เหตุคนหันหารายได้เสริม
นางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ นายกสมาคมการขายตรงไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจขายตรงไทยในปี 2559 คาดว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 5% จากมูลค่าตลาดรวมในปี 2558 ที่มีกว่า 7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว จึงทำให้คนต้องการประกอบเป็นอาชีพเสริมรายได้ ขณะที่ปี 2558 มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% เช่นกัน
“ภาพรวมของธุรกิจขายตรงนั้นแข่งขันกันดุเดือด บริษัทส่วนใหญ่ยังต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นได้ว่ามีเครื่องมือใหม่ๆ มาช่วยทำการตลาดโดยเฉพาะสื่อดิจิทัลประเภทโมบาย แอพพลิเคชั่น ที่มีส่วนผลักดันให้ธุรกิจขายตรงไทยยังเติบโตได้” นางภคพรรณ กล่าว
ด้าน นายพงศ์พสุ อุณาพรหมผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวว่า ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3-5% แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะค่อนข้างซบเซา ทำให้ในปีที่ผ่านมายอดขายของบริษัทเติบโต 1% สามารถปิดยอดขายได้ 5,332 ล้านบาท ซึ่งยอดขาย 60% มาจากตลาดกรุงเทพฯ อีก 40% มาจากต่างจังหวัด
“ปีที่ผ่านมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือยอดขายเติบโตดี เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่ดีทำให้นักขายต้องขยันขึ้นกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่ายอดขายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเติบโตกว่ากรุงเทพฯ รวมไปถึงใน จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา มียอดขายเติบโต 6-7% ซึ่งในปีนี้จึงได้มีการรีโนเวทสาขาใหม่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีการย้ายสถานที่ตั้ง โดยซื้อที่ดินเป็นของตนเองแทนการเช่าใช้งบลงทุน 30 ล้านบาท จากปัจจุบันมีสาขารวม 109 แห่ง” นายพงศ์พสุ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดนั้นจะเน้นรูปแบบอินเทอร์นัล มาร์เก็ตติ้ง หรือมุ่งกิจกรรมภายในเพิ่มมากขึ้น โดยมุ่งไปยังสมาชิกที่เป็นฐานลูกค้าเก่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาช่องทางการขายในรูปแบบออนไลน์ พร้อมกันนี้จะเน้นการทำโปรโมชั่นทุกเดือน จากอดีตจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเฉลี่ย 2-3 เดือน/ครั้งเท่านั้น
นอกจากนี้ จะมีการจัดแคมเปญท่องเที่ยวในต่างประเทศ รวมถึงการจัดฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้า การจัดกิจกรรมประกวดนักขายเพื่อชิงเงินรางวัลหรืองานเซลล์ คอนเทสต์ ขณะเดียวกันจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งปี 20 รายการ เท่ากับปีที่ผ่านมาโดยจะเปิดตัวเดือน มี.ค. 10 รายการ และเดือน ก.ย. 10 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มอาหารเสริมและเครื่องสำอาง จากปัจจุบันมีสินค้าที่ทำตลาดกว่า 2,000 รายการ
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนจะบุกตลาดกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยในช่วงกลางปีนี้เตรียมจะเปิดสาขาที่เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมแผน จากที่ผ่านมาได้มีการเปิดสาขาแล้วที่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา ปีที่ผ่านมามียอดขายจากตลาดต่างประเทศ 200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าว่าในช่วง 1 ปีแรก ของการเปิดสาขาเวียดนามจะมียอดขาย 50 ล้านบาท
“ปัจจุบันบริษัทมีสมาชิก 7.2 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวเป็นนักธุรกิจ 7 แสนคน โดยมีผู้สนใจมาสมัครสมาชิกเฉลี่ยเดือนละ 1.2-1.5 หมื่นคน ที่ผ่านมาบริษัทจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกรวมทั้งสิ้น 3.41 หมื่นล้านบาท และมียอดขายรวมตลอด 20 ปี 6.83 หมื่นล้านบาท” นายพงศ์พสุ กล่าว







