
โลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขง ความหวังค้าข้ามแดนล้านนา
ชายแดนภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศลาว นอกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย
โดย...อักษรา ปิ่นนราสกุล
ชายแดนภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศลาว นอกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย ที่ อ.เชียงของ ซึ่งมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เชื่อมโยงเส้นทาง R3A จากจีนตอนใต้ ผ่านลาว เข้าสู่ประเทศไทยแล้ว อาจกล่าวได้ว่า พื้นที่ด่านพรมแดนอื่นๆ เช่น ด่านห้วยโก๋น จ.น่าน ด่านภูดู่ จ.อุตรดิตถ์ และด่านบ้านฮวก จ.พะเยา ยังไม่พัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับการค้าชายแดนที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
หากมองในเชิงภูมิศาสตร์แล้ว ชายแดนไทย-ลาว ด้านภาคเหนือ ถือว่ามีข้อได้เปรียบในการเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่จีนตอนใต้ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม จากเส้นทาง R3A ซึ่งจีนหมายมั่นให้เป็นเส้นทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับไทย
ขณะเดียวกัน เส้นทางเศรษฐกิจสำคัญอีกสายหนึ่ง คือ R9 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor : EWEC) จากเมืองท่าดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านลาว เข้าไทยที่ จ.มุกดาหาร ผ่านขอนแก่น พิษณุโลก และออกจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนเข้าสู่เมียนมา แม้เส้นทางนี้จะอยู่ด้านล่าง ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก แต่การบรรจบกับสี่แยกอินโดจีนที่พิษณุโลก ส่งผลดีต่อภาคเหนือ
โกวิท ไชยเมือง นักธุรกิจหนุ่มในกลุ่มล้านนาตะวันออก มองว่า นอกจากการขยายตลาดส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว ซึ่งมีความต้องการจะได้สินค้าอุปโภคบริโภคจากประเทศไทยแล้ว โครงข่ายการขนส่งระบบโลจิสติกส์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจะช่วยให้สินค้าประเภทพืชผักสวนครัว ผลไม้ ที่มีคุณภาพของไทย ได้ส่งออกไปยังประเทศจีนมากขึ้น เนื่องจากประเทศจีนนิยมบริโภคพืชผักและผลไม้คุณภาพของไทยมากกว่าประเทศอื่น ทำให้เป็นโอกาสของพืชผักและผลไม้ไทยที่จะรองรับประชากรของจีนจำนวนมหาศาล
“หากเป็นเมืองชายแดนใกล้กัน สินค้าของเราที่จะส่งออกและได้มูลค่ามากในขณะนี้ คือ วัสดุก่อสร้าง เวชภัณฑ์ ระบบถนนเชื่อมระหว่างประเทศ และมอเตอร์เวย์ภายในประเทศเป็นเส้นทางเกาะเกี่ยวกัน เพื่อยกระดับเป็นเส้นทางสายโลจิสติกส์ที่สำคัญให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและทรัพยากร”
โกวิท มองว่า ที่สำคัญการยกจุดผ่านชายแดนระหว่างประเทศเป็นด่านถาวร เพื่อให้เกิดการติดต่อเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เมื่อมีการเปิดด่านสากลและเส้นทางโลจิสติกส์พร้อมเต็มที่ คือการสนองตอบความต้องการของผู้คนทั้งประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น ลาว เวียดนาม และจีนทางตอนใต้
“การท่องเที่ยวในกลุ่มลุ่มน้ำโขง จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยประเทศเพื่อนบ้านมีวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาติพันธุ์ที่เป็นทุนทางสังคมเข้มแข็งมาแต่โบราณ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของลาว เวียดนาม ได้คึกคักยิ่งขึ้น” นักธุรกิจกลุ่มล้านนาตะวันออก กล่าว
เครือข่ายโลจิสติกส์ลุ่มน้ำโขงยังอาจเป็นแค่ความหวัง เพราะหากจะเกิดขึ้นได้จริงนั้น ยังต้องอาศัยการเปิดจุดผ่านแดนถาวรของแต่ละประเทศ รวมทั้งการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาเส้นทาง ทั้งภายในแต่ละประเทศ และระหว่างประเทศให้เชื่อมโยงถึงกัน แต่ก็ไม่ใช่ความฝันลมๆ แล้งๆ เพราะนี่คือสิ่งที่กลุ่มประเทศกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-Region : GMS) ฝันร่วมกัน







